โดย admin | ก.ค. 9, 2023 | ข่าวสาร, แนะนำวัด
มาทำความรู้จักกับ วัดจุฬามณี (จังหวัดสมุทรสงคราม)
(https://th.wikipedia.org)
วัดจุฬามณีเดิมมีชื่อเรียกว่า วัดแม่เจ้าทิพย์ สร้างมาแต่รัชสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นระหว่างปี พ.ศ. 2172–2190 ตามประวัติว่าท่านท้าวแก้วผลึก (น้อย) ธิดาคนหนึ่งของท่านพลายซึ่งเป็นนายตลาดบางช้าง มีหน้าที่เก็บภาษีอากรขนอนตลาด ต้นวงศ์ราชนิกูลบางช้าง เป็นผู้สร้าง
ในช่วงสงครามกรุงศรีอยุธยากับพม่า ท่านนาค (ต่อมาได้รับสถาปนาเป็นสมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี) พระอัครชายาเดิมในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ขณะทรงครรภ์แก่ ได้หลบซ่อนพม่าอยู่ในป่าทึบหลังวัดจุฬามณี ต่อมาได้มีประสูติการท่านฉิม (พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย) คาดว่าสถานที่ประสูติน่าจะใกล้ต้นจันทน์อันเป็นนิวาสถานหลังเก่าของท่านเศรษฐีทอง อีกทั้งสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากรมพระศรีสุดารักษ์ (แก้ว) พระพี่นางองค์ที่ 2 ของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ก็ได้หลบภัยพม่ามาอาศัยอยู่กับพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชด้วย กำลังอยู่ในระหว่างทรงพระครรภ์แก่และได้มีพระประสูติการพระธิดาในป่าหลังวัดจุฬามณีด้วยเช่นกัน คือสมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี
สถานที่สำคัญ ของวัดจุฬามณี
ไหว้สักการะ สรีระสังขารร่างไม่เน่าไม่เปื่อยของหลวงพ่อเนื่อง และ ถวายสังฆทาน หรือ ผ้าไตรจีวร
ขอบคุณภาพจาก เว็บ พระเครื่อง55 .com
ในสมัยหลวงพ่อแช่ม ท่านได้ริเริ่มปลูกสร้างเสนาสนะสงฆ์และสร้างศาลาการเปรียญจนกระทั่งเสร็จเรียบร้อยเมื่อปี พ.ศ. 2463 หลังจากนั้นพระเนื่อง โกวิโท ให้ขึ้นดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสสืบต่อไป ซึ่งต่อมาก็คือพระครูโกวิทสมุทรคุณ (เนื่อง โกวิโท) จนเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2510 หลวงพ่อเนื่องสร้างอุโบสถหลังใหม่แทนหลังเก่าที่เสื่อมโทรม ต่อจากนั้นพระอาจารย์อิฏฐ์ ภทฺทจาโร ได้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดจุฬามณีด้วยวัยเพียง 32 ปี ท่านได้สร้างอุโบสถของหลวงพ่อเนื่องที่ยังค้างอยู่ ปูพื้นอุโบสถชั้นบนสุดที่ยังค้างอยู่ด้วยหินหยก จากการาจี ประเทศปากีสถาน จนแล้วเสร็จ
โบสถ์จัตุรมุขหินอ่อน
อุโบสถจตุรมุข หินอ่อน 3 ชั้น กว้าง 40 เมตร ยาว 80 เมตร ประตูหน้าต่างด้านในแกะสลักเป็นลายไทย ส่วนด้านนอกเป็นงานฝีมือสมุกรักฝังมุก มีอัลลอยด์ลายดอกไม้เถาทุกประตูและหน้าต่าง และหน้าต่างด้านนอกมีรูปเทพประจำทิศเป็นอัลลอยด์ ด้านในแกะสลักเป็นลายไทย และเรื่องราวในนิทานชาดก นอกจะเป็นงานฝีมือสมุกรักฝังมุก
ภาพตราพระราชลัญจกรของรัชกาลที่ 1–9 พระนามาภิไธยของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ ตราแผ่นดิน ตราเครื่องราชอิสริยาภรณ์

Cr By facebook.com/pg/chula.manee.106
ศาลาหลวงปู่เนื่อง เป็นศาลาที่สร้างด้วยไม้สักทองทั้งหลัง ฝาผนังด้านในลงรักปิดทองเป็นเรื่องทศชาติชาดก ส่วนที่อยู่เหนือทางเข้าเป็นลายรดน้ำเรื่องนารายณ์สิบปาง นอกจากนั้นวัดยังมีองค์ท้าวเวสสุวรรณประดิษฐานอยู่ ณ ลานกลางแจ้งหน้าวัด (https://th.wikipedia.org)
องค์ท้าวเวสสุวรรณ วัดจุฬามณี นิยมไหว้ขอพร,เสริมดวง,แก้กรรม และเสริมการเงิน
ท้าวเวสสุวรรณ เป็นเทพผู้ยิ่งใหญ่ในท้าวจตุโลกบาลทั้ง 4 อธิบดีแห่งอสูร โดยเป็นเทพผู้ปกป้องพระพุทธศาสนา และ เป็นเทพผู้คุ้มครองโลกมนุษย์ คอยปัดเป่าสิ่งไม่ดีออกไปจากชีวิต อีกทั้งยังเป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภที่มีขุมทรัพย์มหาศาล
การแก้กรรม ควรจะแก้อย่างไรให้ถูกต้อง และได้ผลจริง !!

https://www.facebook.com/watjulamanee
วิธีไหว้สัการะ ท้าวเวสสุวรรณ วัดจุฬามณี คาถาบูชา และวิธีการขอพรองค์ท้าวเวสสุวรรณ
- จุดธุป 5 ดอก
- พร้อมพวงมาลัย แสดงถึงความเคารพ
คาถาบูชาองค์ท้าวเวสสุวรรณ
ตั้งนะโม 3 จบ ระลึกถึงคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ บิดา มารดา ครูอาจารย์
ปุตตะ กาโม ละเภปุตตัง ธะนะกาโมละเภธะนัง อัตถิกาเย กายะยายะ เทวานัง ปิยะตัง สุตวาฯ
อิติปิโส ภะคะวา ยะมะราชาโน ท้าวเวสสุวรรณโณ มะระณังสุขัง อะหังสุคะโต นะโม พุทธายะฯ
ท้าวเวสสุวรรณโณ จตุมหาราชาชิกา ยักขะพันตาภัทภูริโต เวสสะพุสะ พุทธัง อะระหัง พุทโธ ท้าวเวสสุวรรณโณ นะโม พุทธายะฯ
แล้วตั้งจิตอธิฐานให้ขอรำลึกถึง องค์ท้าวเวสสุวรรณ ขอให้สมหวังในเรื่อง หรือ ในสิ่งที่ตั้งใจมุ่งหวัง
ข้อมูล วัดจุฬามณี สมุทรสงคราม เดินทางไม่ไกลจากกรุงเทพมหานคร
สิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำบุญ คือ ศรัทธาด้วยกาย วาจา ใจ ที่ตั้งอยู่ในศีล ในธรรม จะนำพาการเข้าถึงการนำทางไปสู่การทำบุญที่มีความสุขและนำสิ่งที่ดีเข้ามาในชะตาชีวิต นำไปสู่การดำรงชีวิตด้วยความรุ่งเรือง
แนะนำ ชุดสังฆทานบรรเทากรรม เพื่อเสริมดวงชะตา
สังฆทานชุด ธาราญา บรรเทากรรม
ที่มาบทความดีๆ จาก DHARAYATH.COM
โดย admin | ก.ค. 1, 2023 | บทความน่าสนใจ
เรามักจะทำบุญวันเกิดด้วยใจที่เบิกบานมากกว่าวันปกติทั่วไป เพราะเรามักจะรู้สึกว่าเป็นที่พิเศษสำหรับเรา เมื่อครบรอบในแต่ละปีนั้นคนไทยนิยมทำบุญให้กับในวันเกิดเพื่อเสริมศิริ เสริมดวงตามความเชื่อ บทความนี้จีงขอแนะนำ การเสริมดวงวันเกิดครับ
คลิกอ่าน ความรู้เกี่ยวกับ เหมาะสำหรับ ผู้ที่เกิดวันจันทร์ถึงวันวันอาทิตย์
ทำบุญวันเกิด เสริมดวงชะตา การงาน การเงิน ปังๆ
อย่างแรกที่นิยมคือ บทสวด คาถายันทุน ที่นิยมเสริมดวงชะตาชีวิต
ยันทุนนิมิตตัง อะวะมังคะลัญจะ โย จามะนาโป สะกุณัสสะ สัทโท
ปาปัคคะโห ทุสสุปินัง อะกันตัง พุทธานุภาเวนะ วินาสะเมนตุฯ
ยันทุนนิมิตตัง อะวะมังคะลัญจะ โย จามะนาโป สะกุณัสสะ สัทโท
ปาปัคคะโห ทุสสุปินัง อะกันตัง ธัมมานุภาเวนะ วินาสะเมนตุฯ
ยันทุนนิมิตตัง อะวะมังคะลัญจะ โย จามะนาโป สะกุณัสสะ สัทโท
ปาปัคคะโห ทุสสุปินัง อะกันตัง สังฆานุภาเวนะ วินาสะเมนตุฯ
คำแปล อภัยปริตร
นิมิตอันเป็นลางชั่วร้ายอันใด สิ่งอวมงคลอันใด
เสียงนกที่ไม่ชอบใจอันใด สิ่งที่น่าตกใจอันใด
บาปร้าย เคราะห์ร้ายอันใด ฝันร้ายอันใด สิ่งไม่พึงปรารถนาอันใด ที่มีอยู่
ขอสิ่งเหล่านั้นจงถึงความพินาศไป ด้วยอานุภาพแห่ง พระพุทธเจ้าฯ
นิมิตอันเป็นลางชั่วร้ายอันใด สิ่งอวมงคลอันใด
เสียงนกที่ไม่ชอบใจอันใด สิ่งที่น่าตกใจอันใด
บาปร้าย เคราะห์ร้ายอันใด ฝันร้ายอันใด สิ่งไม่พึงปรารถนาอันใด ที่มีอยู่
ขอสิ่งเหล่านั้นจงถึงความพินาศไป ด้วยอานุภาพแห่ง พระธรรมเจ้าฯ
นิมิตอันเป็นลางชั่วร้ายอันใด สิ่งอวมงคลอันใด
เสียงนกที่ไม่ชอบใจอันใด สิ่งที่น่าตกใจอันใด
บาปร้าย เคราะห์ร้ายอันใด ฝันร้ายอันใด สิ่งไม่พึงปรารถนาอันใด ที่มีอยู่
ขอสิ่งเหล่านั้นจงถึงความพินาศไป ด้วยอานุภาพแห่ง พระสังฆเจ้าฯ
หลังจากตอนเช้าทำบุญเสร็จ แล้วมาสวดมนค์ หรือกลางค้นก่อนนอน แนะนำการสวดมนต์ด้วยคาถานี้ จะทำให้มีความเป็นสิริมงคล
มูลนิธิแนะนำสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการทำบุญตามมูลนิธิ
ขอขอบคุณ ที่มาข้อมูลจาก (https://www.lazada.co.th/blog/how-to-donate-on-birthday/)
มูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถี
สำหรับมูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถี มูลนิธิทางการแพทย์ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ในปี 2563 เพื่อระดมทุนช่วยเหลือผู้ป่วยที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในการรักษาพยาบาล รวมทั้งจัดหาซื้อเครื่องมือแพทย์ที่จำเป็น ส่งเสริมการดำเนินการของโรงพยาบาลราชวิถี และสนับสนุนการค้นคว้าวิจัยในด้านการรักษาพยาบาลผู้ป่วยด้วย ซึ่งสามารถบริจาคผ่านทางเคาน์เตอร์ธนาคาร ทั้งนี้เนื่องจากเป็นมูลนิธิที่กระทรวงการคลังให้การรับรองผู้บริจาคสามารถนำใบเสร็จไปใช้ในการลดหย่อนภาษีได้
มูลนิธิกระจกเงา
ถ้ากำลังมองหามูลนิธิเอกชนที่ทำประโยชน์เพื่อสังคม แนะนำให้ทำบุญกับมูลนิธิกระจกเงา องค์กรพัฒนาภายใต้การดูแลของหน่วยงานเอกชนที่ดำเนินการเกี่ยวกับการงานด้านสิทธิมนุษยชน งานอาสาสมัคร และการแบ่งปันทรัพยากรที่มีเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ด้อยโอกาสในสังคม สำหรับผู้ที่ต้องทำบุญกับมูลนิธิกระจกเงาสามารถบริจาคเงินเข้าบัญชีธนาคารหรือบริจาคสิ่งของได้โดยตรงที่ที่ทำการมูลนิธิ ส่งทางไปรษณีย์ หรือถ้าไม่สะดวกสามารถติดต่อให้เจ้าหน้าที่ไปรับของบริจาคที่บ้านได้
ศูนย์รับบริจาคหนังสือและวารสาร ห้องสมุดสตางค์ มงคลสุข
หากเจ้าของวันเกิดคนไหนที่มีหนังสือเยอะแล้วอยากแบ่งปัน แนะนำให้บริจาคไปที่มูลนิธิศูนย์รับบริจาคหนังสือและวารสาร ห้องสมุดสตางค์ มงคลสุข หน่วยงานรับบริจาคหนังสือเรียน คู่มือเตรียมสอบ นวนิยาย เรื่องสั้น การ์ตูน วารสาร นิตยสาร ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ รวมถึงอุปกรณ์เสริมทักษะและอุปกรณ์การเรียน เพื่อนำไปส่งต่อให้กับโรงเรียนที่ขาดแคลน สำหรับคนที่อยากแบ่งปันสามารถนำสิ่งของไปบริจาคได้ที่ทำการของศูนย์ได้โดยตรงหรือส่งพัสดุไปทางไปรษณีย์ก็ได้
มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์
“ให้อะไรก็ไม่เท่าให้โอกาส” ถ้าเจ้าของวันเกิดคนไหนมีความเชื่อแบบนี้ มูลนิธิที่กำลังมองหาอยู่คือมูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ องค์กรเอกชนที่ดำเนินการช่วยเหลือผู้พิการทางสายตา โดยให้ความช่วยเหลือทั้งในด้านการศึกษาตลอดจนโอกาสด้านอาชีพเพื่อให้ผู้พิการทางสายตาสามารถเลี้ยงดูตัวเองได้เหมือนคนปกติ สำหรับคนต้องการบริจาคให้มูลนิธินี้สามารถโอนเงินเข้าบัญชีของมูลนิธิเท่านั้น
มูลนิธิบ้านสงเคราะห์สัตว์พิการ (ในความอุปถัมภ์ของหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน)
การให้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่กับคนเท่านั้น แต่ยังให้กับสัตว์ได้ด้วย ซึ่งมูลนิธิสงเคราะห์สัตว์ที่อยากแนะนำคือ มูลนิธิบ้านสงเคราะห์สัตว์พิการที่อยู่ในความอุปถัมภ์ของหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน โดยทางมูลนิธิให้ความช่วยเหลือสุนัขและแมวที่เจ็บป่วย แต่ปัจจุบันทางมูลนิธิได้รับการร้องเรียนเรื่องกลิ่น ทางมูลนิธิจึงกำลังรวบรวมเงินเพื่อสร้างโรงเรือนถาวรให้กับสัตว์ที่จังหวัดนครปฐม ถ้าอยากสมทบทุนสามารถบริจาคเงินเข้าบัญชีของมูลนิธิ ส่วนอาหารกระป๋อง ชุดอุปกรณ์รักษาพยาบาล หรือของใช้สำหรับสัตว์สามารถเดินทางไปบริจาคด้วยตัวเองที่มูลนิธิ
มูลนิธิตะวันฉาย
หากใครที่ต้องการช่วยเหลือผู้ป่วยปากแหว่ง เพดานโผล่ และพิการทางศีรษะและใบหน้า สามารถติดต่อไปได้ที่มูลนิธิตะวันฉาย โดยสามารถทำได้ทั้งบริจาคเงินและสิ่งของต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือ หรือหากอยากเข้าร่วมโครงการจิตอาสาก็ทำได้เช่นกัน โดยทางมูลนิธิเปิดโอกาสให้ร่วมกิจกรรมเสริมสร้างพัฒนาทักษะในทุก ๆ วันที่สองของเดือน
ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.dharayath.com
คนที่เกิดวันอาทิตย์
คนที่เกิดวันอาทิตย์ จะมีจุดเด่นที่สมองและวาจา ควรรู้จักใช้ถ้อยคำที่เหมาะสมกับสถานการณ์เฉพาะหน้า และคนที่เกิดวันอาทิตย์มักทำบุญกับคนไม่ขึ้น ฉะนั้นการจัดชุดสังฆทาน ควรมีเครื่องอุปโภคและบริโภคอย่าง อาหารแห้ง เครื่องกระป๋อง เครื่องดื่ม ยาสีฟันแปรงสีฟัน สบู่ ผงซักฟอก หนังสือสวดมนต์ ร่ม รองเท้า เทียน น้ำมันตะเกียง และพระพุทธรูปปางถวายเนตร 1 องค์
คนที่เกิดวันจันทร์
คนที่เกิดวันจันทร์ เป็นคนที่มีเสน่ห์ น่าคบหา แต่มีข้อเสียอยู่ที่ปาก ที่อาจพูดล่วงเกินคนอื่นจนนำภัยมาถึงตัวได้ ซึ่งการจัดชุดสังฆทานของคนที่เกิดวันจันทร์นั้น ฉะนั้นการจัดชุดสังฆทานควรมีเครื่องอุปโภคบริโภค ข้าวสารอาหารแห้ง เครื่องกระป๋อง น้ำปาณะ หนังสือสวดมนต์ ร่ม รองเท้า และพระพุทธรูปปางห้ามญาติ 1 องค์
คนที่เกิดวันอังคาร
คนที่เกิดวันอังคาร เป็นคนที่ทุ่มเท จริงจังจนขาดสติ และบางครั้งก็ขยันจนไม่มีเป้าหมาย หรือทำไว้ก่อนนั้นเอง และส่วนใหญ่คนที่เกิดวันอังคารมักขาดสภาพคล่องทางการเงินบ่อย ๆ ด้วย ฉะนั้นการจัดชุดสังฆทานที่เหมาะกับคนวันอังคาร จะต้องมีเครื่องอุปโภคบริโภค หนังสือธรรมะ ผ้าไตรจีวร 1 ไตร และพระพุทธรูปปางห้ามไสยาสน์ 1 องค์
คนที่เกิดวันพุธกลางวัน
คนที่เกิดวันพุธ จะมีสมองและความคิดที่ตื่นตัวตลอดเวลา เหมาะกับการเป็นที่ปรึกษามากกว่าทำให้ตนเอง ด้วยเป็นคนที่ชอบเรียนรู้ในสิ่งแปลกใหม่ทันโลก ทันเหตุการณ์ แต่ควรระวังอย่าไปขัดผลประโยชน์ของผู้อื่น ฉะนั้นการจัดชุดสังฆทานที่เหมาะสมกับผู้ที่เกิดวันพุธกลางวัน คือ เครื่องอุปโภคบริโภคต่าง ๆ รองเท้า ผ้าอาบน้ำฝน และพระพุทธรูปปางอุ้มบาตร 1 องค์
คนที่เกิดวันพุธกลางคืน
คนที่เกิดวันพุธกลางคืน จะมีไหวพริบดี กล้าเผชิญหน้ากับทุกสถานการณ์ รู้จักเอาตัวรอด แต่เป็นคนหูเบา มักเชื่อคนใกล้ชิดได้ง่าย ฉะนั้นการจัดชุดสังฆทานที่เหมาะสมกับคนที่เกิดวันพุธกลางคือ จะเป็นชุดสังฆทานยา หลอดไฟ ตะเกียงเจ้าพายุ และพระพุทธรูปปางป่าเลไลย์ 1 องค์
คนที่เกิดวันพฤหัสบดี
คนที่เกิดวันพฤหัสบดี มักมีความขัดแย้งกับผู้มีอำนาจเหนือกว่า ทำดีไม่ได้ดี ไม่ค่อยได้รับความยุติธรรมเท่าที่ควร และต้องแบกรับภาระทานผู้อื่นเสมอ ฉะนั้นการจัดชุดสังฆทานที่เหมาะกับคนที่เกิดวันพฤหัสบดี คือ จามชาม ช้อน ภาชนะต่าง ๆ เสื่อ อาสนะ เครื่องบริโภคต่าง ๆ และพระพุทธรูปปางสมาธิ 1 องค์
คนที่เกิดวันศุกร์
คนที่เกิดวันศุกร์ มักเจอรักง่าย หน่ายเร็ว เจอแต่คนเจ้าชู้ โดนนินทาว่าร้ายและมักเสียทรัพย์เพราะผู้อื่นเสมอ แต่เป็นคนที่มีความมานะอดทน ฉะนั้นการจัดชุดสังฆทานที่เหมาะกับคนที่เกิดวันศุกร์ คือ เครื่องอุปโภคบริโภคต่าง ๆ หนังสือสวดมนต์ หนังสือธรรมะ ร่ม ผ้าเช็ดเท้า โคมไฟ หลอดไฟ ผ้าไตรจีวร และพระพุทธรูปปางรำพึง 1 องค์
คนที่เกิดวันเสาร์
คนที่เกิดวันเสาร์ เป็นคนที่มีท่าทางสง่าผึ่งผาย แต่ไม่กล้าตัดสินใจอะไรเท่าที่ควร และการเงินมักรั่วไหลได้ง่าย ๆ ฉะนั้นการจัดชุดสังฆทานที่เหมาะกับคนที่เกิดวันเสาร์นั้น ควรเป็นชุดสังฆทานที่มีเครื่องอุปโภคบริโภค รองเท้า ย่ามพระ ร่ม หนังสือธรรมะ เทียน ป้ายกล่องไฟ
โดย admin | มิ.ย. 24, 2023 | ธรรมะน่าสนใจ, บทความธรรมมะ, บทความน่าสนใจ
ในพระพุทธศาสนานั้น ไม่ได้สอนให้คนทำบุญแล้วกรรมที่เคยทำน้ันจะหาย หรือ ไปทำพิธีตัดกรรมใด ๆ แล้วจะทำให้ชีวิตดีขึ้น มาจากการทำพิธีนั้น ๆ แต่จุดมุ่งหมายของศาสนาพุทธ คือ การให้เข้าถึงปัญญาของการหลุดพ้น และ เห็นการเป็นไปของ ไตรลักษณ์ ซึ่งเป็นเครื่องขนทุกข์ออกจากใจของสัตว์โลก เมื่อปฏิบัติตามคำสั่งสอนแล้ว จะทำให้เกิดปัญญา เห็นการตัดกรรมที่แท้จริงในคำสั่งสอน ด้วย หัวใจคำสอน คือ องค์มรรค8 หรือ ที่เราเรียกกัน บ่อย ๆ ว่า ทาน ศีล สมาธิ ปัญญา
แต่การเร่ิมต้น ตัดกรรม นั้นมักจะมาจากการ ทำบุญ ทำทาน เพื่อละความโลก ซึ่งนำมาสู่ขั้นตอนต่อไปคือ ถือศีล เพื่อรักษาความดีนั้นไว้และรักษาไม่ให้ใจทำความชั่ว จากนั้นจิตที่มีพื้นฐานที่ต้องสร้างให้เห็นถูกต้องนั้น มีความเข้าใจต่อการเป็นไปของกฏแห่งกรรม ซึ่งไม่มีใครจะหนีพ้นได้ จึงต้องอาศัยการภาวนา และ สร้างสติ เพื่อให้ใจนั้นเข้าไปน้อมถึง กฏ ไตรลักษณ์ เห็นว่า โลกนี้สุดท้ายแล้ว ไม่มีใครจะเป็นอมตะและหนีการตายไม่พ้น จุดนี้คือ การตัดกรรม ที่แท้จริงที่คำสอนของพระพุทธเจ้านั้นท่านได้ประทานเอาไว้ให้กับชาวโลก
ตัดกรรมคืออะไร และมีความหมายอย่างไร
ขอบคุณที่มาข้อมูล จากเพจ https://dharayath.com/การ-ตัดกรรม/
การ ตัดกรรม คือ การหยุดทำความชั่วหยุดทำบาป ส่วนการตัดเวร คือ การหยุดการพยาบาทอาฆาตจองเวรซึ่งกันและกัน คือไม่แก้แค้นซึ่งกัน และกันรู้จักคำว่าให้อภัยซึ่งกันและกัน และผู้ที่ทำผิดก็ให้รู้จักคำว่าขอโทษ ผู้ที่ถูกขอโทษก็รู้จักคำว่าให้อภัย อันนี้เป็นอุบายตัดกรรมตัดเวร
กรรมคืออะไร ข้อมูลจาก (https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1_(%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98)
ในพระพุทธศาสนา กรรม (สันสกฤต: कर्म กรฺม, บาลี: กมฺม) แปลว่า “การกระทำที่ประกอบด้วยเจตนา” ได้แก่ กระทำทางกาย เรียก กายกรรม ทางวาจา เรียก วจีกรรม และทางใจ เรียก มโนกรรม
กรรม มีอะไรบ้าง
กรรม 2 (การกระทำ, การกระทำที่ประกอบด้วยเจตนา ทางกายก็ตาม ทางวาจาก็ตาม ทางใจก็ตาม – Kamma: action; deed)
- อกุศลกรรม (กรรมที่เป็นอกุศล, กรรมชั่ว, การกระทำที่ไม่ดี ไม่ฉลาด ไม่เกิดจากปัญญา ทำให้เสื่อมเสียคุณภาพชีวิต หมายถึง การกระทำที่เกิดจากอกุศลมูล คือ โลภะ โทสะ หรือโมหะ – Akusala-kamma: unwholesome action; evil deed; bad deed) เป็นบาป กรรมชั่ว ความชั่วร้าย ความเสียหาย ความไม่ถูกต้อง ซึ่งให้ผลเป็นความทุกข์ เป็นสิ่งที่ควรเว้น การกระทำบาป กระทำความชั่ว เรียกว่าทำอกุศลกรรม เรียกย่อว่า ทำอกุศล หรือเรียกว่า ทำบาปอกุศล อกุศลกรรมเกิดมาจากอกุศลมูลอย่างใดอย่างหนึ่งใน 3 อย่างคือ โลภะ โทสะ โมหะ เพราะเมื่อเกิดอย่างใดอย่างหนึ่งเกิดขึ้นแล้วก็เป็นเหตุชักนำใจให้คิดทำอกุศลกรรม เช่นเมื่อโลภะเกิดขึ้นก็เป็นเหตุให้คิดอยากได้ เมื่ออยากได้ก็แสวงหา เมื่อไม่ได้ตามต้องการด้วยวิธีสุจริต ก็เป็นเหตุให้ทำอกุศลกรรมอื่นต่อไป เช่น ลักขโมย ปล้น จี้ ฉ้อโกง เป็นต้น
- กุศลกรรม (กรรมที่เป็นกุศล, กรรมดี, การกระทำที่ดี ฉลาด เกิดจากปัญญา ส่งเสริมคุณภาพของชีวิตจิตใจ หมายถึง การกระทำที่เกิดจากกุศลมูล คืออโลภะ อโทสะ หรืออโมหะ -Kusala-kamma: wholesome action; good deed) เป็นบุญ ความดี ความถูกต้อง ซึ่งให้ผลเป็นความสุขโดยส่วนเดียว การทำบุญ การทำความดี เรียกว่า ทำกุศลกรรม หรือเรียกย่อว่าทำกุศล กุศลกรรมที่ควรทำเป็นประจำได้แก่ ให้ทาน เสียสละ รักษาศีล อบรมจิตใจ เจริญภาวนา เรียกย่อว่าบำเพ็ญทาน ศีล ภาวนา ซึ่งสามารถทำได้โดยบรรเทาความโลภ ความโกรธ ความหลงให้น้อยลง เพราะถ้ายังมีความโลภ ความโกรธ ความหลงเต็มจิตอยู่ ก็ไม่สามารถทำกุศลกรรมอะไรได้
ทางตัดกรรม หรือที่ เรียกว่า หนทางดับทุกข์ ที่แท้จริง คือ องค์มรรค 8
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
https://www.tewfree.com/%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%848/
มรรค 8 หมายถึง หนทางสู่การดับทุกข์ ประกอบด้วย สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปปะ สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ สัมมาวายามะ สัมมาสติ สัมมาสมาธิได้รวบรวมสรุปมรรค 8 พร้อมความหมายของแต่ละประการ
มรรค 8 คือหนทางสู่การดับทุกข์ และ ตัดกรรม ให้พ้นทุกข์
มรรค คือ หนทางสู่ความดับทุกข์ เป็นหนึ่งใน อริยสัจ 4 จึงเรียกอีกอย่างว่า ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา หรือการลงมือปฏิบัติเพื่อให้พ้นจากทุกข์ ประกอบด้วยองค์ประกอบ 8 ประการ ในธัมมจักกัปปวัตตนสูตร พระพุทธเจ้าตรัสว่าอริยมรรคมีองค์ 8 นี้เป็นทางสายกลาง คือเป็นข้อปฏิบัติอันพอดีที่จะนำไปสู่ความหลุดพ้น
ตามวิภังคสูตร พระพุทธเจ้าทรงอธิบายรายละเอียดไว้ดังนี้
| สัมมาทิฏฐิ |
(ความเห็นที่ถูกต้อง) หมายถึง ความรู้ในอริยสัจ 4 |
| สัมมาสังกัปปะ |
(ความคิดที่ถูกต้อง) หมายถึง ความคิดในการออกจากกาม ความไม่พยาบาท และการไม่เบียดเบียน |
| สัมมาวาจา |
(วาจาที่ถูกต้อง) หมายถึง การเว้นจากการพูดเท็จ หยาบคาย ส่อเสียด และเพ้อเจ้อ |
| สัมมากัมมันตะ |
(การปฏิบัติที่ถูกต้อง) หมายถึง เจตนาละเว้นจากการฆ่า โจรกรรม และการประพฤติผิดในกาม |
| สัมมาอาชีวะ |
(การหาเลี้ยงชีพที่ถูกต้อง) หมายถึง การเว้นจากมิจฉาชีพ การละเว้นจากอาชีพฆ่าสัตว์ อาชีพที่เบียดเบียนผู้อื่น |
| สัมมาวายามะ |
(ความเพียรที่ถูกต้อง) หมายถึง สัมมัปปธาน 4 คือ ความพยายามป้องกันอกุศลที่ยังไม่เกิด ละอกุศลที่เกิดขึ้นแล้ว ทำกุศลที่ยังไม่เกิด และดำรงรักษากุศลที่เกิดขึ้นแล้ว |
| สัมมาสติ |
(การมีสติที่ถูกต้อง) หมายถึง สติปัฏฐาน 4 |
| สัมมาสมาธิ |
(การมีสมาธิที่ถูกต้อง) หมายถึง ฌาน 4 |
https://dhamma.watchmekorat.com/teaching-and-dhamma/#%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%99%E0%B8%A3
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ คำสอนสำคัญ อื่น ๆ https://dhamma.watchmekorat.com/teaching-from-buddha/
โดย admin | มิ.ย. 21, 2023 | คำสอนหลวงพ่อครูอาจารย์, บทความคำสอน, บทความธรรมมะ
ธรรมะท่านเจ้าคุณนร วัดเทพศิรินทร์

“…คนเราเมื่อมีลาภ ก็เสื่อมลาภ
เมื่อมียศ ก็มีเสื่อมยศ
เมื่อมีสรรเสริญ ก็มีนินทา
เป็นของคู่กันมาเช่นนี้
จะไปถืออะไรกับปากมนุษย์
ถึงจะดีแสนดี … มันก็ติ
ถึงจะชั่วแสนชั่ว… มันก็ชม
นับประสาอะไร
พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐเลิศยิ่งกว่ามนุษย์ เทวดา
ยังมีมารผจญ ยังมีคนนินทาติเตียน
ปุถุชนอย่างเราจะรอดพ้นจากโลกะธรรม
ดังกล่าวแล้วไม่ได้
ต้องคิดเสียว่า
เขาจะติ .. ก็ช่าง
เขาจะชม..ก็ช่าง
เราไม่ได้ทำอะไรให้เขาเดือดเนื้อร้อนใจ
ก่อนที่เราจะทำอะไร
เราคิดแล้วว่าไม่เดือดร้อนแก่ตัวเรา
และคนอื่น .. เราจึงทำ
เขาจะนินทา.. ว่าร้าย อย่างไร ก็ช่างเขา
บุญเราทำ กรรมเราไม่สร้าง
พยายามสงบกาย สงบวาจา สงบใจ
ใยจะต้องไปกังวล กลัวใครจะติเตียนทำไม
ม่เห็นมีประโยชน์
เปลืองความคิดเปล่า ๆ..”
(ธรรมะท่านเจ้าคุณนรรัตนราชมานิต)
วัดเทพศิรินทราวาส กทม.
ที่มาขอขอบคุณ เพจ
https://www.facebook.com/photo/?fbid=1491877658214786&set=gm.1433830647414393&idorvanity=990074358456693
บทความอื่น ๆ เกี่ยวกับธรรมะหลวงพ่อ
โดย admin | มิ.ย. 20, 2023 | กิจกรรมงานบุญ, ข่าวสาร
ขอประชาสัมพันธ์ เชิญร่วมทำบุญ พิพิธภัณฑ์ หลวงพ่อนาม ได้บูรณะใหม่

1.ปูกระเบื้อง 120 ตารางเมตร
ตารางเมตรละ 500 บาท

2. หลังคา ซีแพคโมเนีย 240 ตารางเมตร
ตารางเมตรละ 500 บาท

3. ฝ้าหลังคา 120 ตารางเมตร
ตารางเมตรละ 500
ญาติโยมที่จะร่วมทำบุญให้แจ้ง
ความประสงค์ได้ที่ พระครูพิทักษ์ทีปคุณ และพระมหาชิดชัย
ที่วัดเกาะสีคิ้ว
ขอบพระคุณและโมทนาบุญกับทุกท่านครับ
วัดเกาะสีคิ้ว
ร่วมทำบุญได้ที่บัญชีวัดเกาะสีคิ้ว
ขอบคุณ เพจ
โดย admin | มิ.ย. 18, 2023 | ธรรมะน่าสนใจ, บทความธรรมมะ, บทความน่าสนใจ
แนะนำบทความดี ๆ ความรู้เกี่ยวกับเรื่อง ผ้าไตรจีวร อีกครั้ง ซึ่งจะทำให้เรารู้ว่าทำไม พระแต่ละวัดใส่สีจีวรไม่เหมือนกัน แต่ก็สีใกล้เคียงกัน และรวมถึงความหนาของผ้า
ผ้าไตร คืออะไร (ข้อมูลจาก dharayath.com)
คำว่า ไตร หมายถึง ไตรที่แปลว่า สาม ดังนั้นในความหมายของผ้าไตรในการแปลแบบตรงไปตรงมา ก็จะหมายถึง ผ้าสามผืนนั่นเอง ดังนั้น เมื่อเรากล่าวถึงผ้าไตร ก็จะเข้าใจตรงกันในความหมายเดียวกันคือ ผ้าสามผืนที่พระสงฆ์ใช้สำหรับนุ่งครอง
ซึ่งในผ้าไตร 3 ผืน ก็จะประกอบไปด้วย
- ผ้าจีวร หรือ ผ้าห่ม ซึ่งพระสงฆ์จะเรียกว่า อุตราสงค์
- ผ้าสบง หรือ ผ้านุ่ง ซึ่งพระสงฆ์เรียกว่า อันตรวาสก
- สังฆาฏิ หรือ ผ้าซ้อน/ผ้าพาดบ่า
ผ้าไตรจีวรโดยทั่วไปจะมี 2 แบบ คือ
1.ไตรครอง หรือ ไตรเต็ม (ใช้ตอนบวช) ประกอบด้วย
-จีวร : ผ้าที่ใช้สำหรับห่มคลุม
-สบง : ผ้าที่ใช้สำหรับนุ่งในส่วนล่าง
-อังสะ : เสื้อตัวในลักษณะคล้ายเสื้อกล้าม
-สังฆาฏิ : เป็นผ้าผืนใหญ่เหมือนจีวร แต่พระเอามาใช้พาดบ่า
-ผ้ารัดอก : ผ้าที่ใช้รัดอก เวลาพระเอาสังฆาฏิพาดบ่า เพื่อให้ดูกระชับและเรียบร้อย
-รัดประคต : คือเชือกไว้รัดสบง หมีหน้าที่เสมือนข็มขัดของพระ
-ผ้าประเคน : เป็นผ้าที่ใช้รับสิ่งของ
2.ไตรอาศัย(ใช้ในชีวิตประจำวัน) ประกอบด้วย
-จีวร : ผ้าที่ใช้สำหรับห่มคลุม
-สบง : ผ้าที่ใช้สำหรับนุ่งในส่วนล่าง
-อังสะ : เสื้อตัวในลักษณะคล้ายเสื้อกล้าม
ข้อควรรู้ก่อนเลือกซื้อ ผ้าไตรจีวร | ผ้าไตรอาศัย มีเคล็ดลับในการเลือกซื้ออย่างไร
ผ้าไตร 5 ขันธ์ ผ้าไตร 9 ขันธ์ มีความแตกต่างกันอย่างไร ?
ผ้าไตรจีวร 5 ขัณฑ์และผ้าไตรจีวร 9 ขัณฑ์
ขัณฑ์ คือ ลักษณะของการเย็บผ้า จำนวนชิ้นผ้าที่ตัดขาดจากกัน นำมาเย็บต่อเข้าเป็นผืนเดียวกันเช่น
ผ้าไตร 9 ขัณฑ์ คือ ผ้า 9 ชิ้น ที่นำมาเย็บต่อเป็นผืนเดียวกันใช้เป็นสบงหรือจีวร (จำนวนขัณฑ์มาก จำนวนชิ้นผ้าก็เยอะตาม)
สำหรับพระวัดทั่วไป (มหานิกาย) นิยมถวาย ผ้าไตร 5 ขัณฑ์
สำหรับพระวัดป่ากรรมฐาน (ธรรมยุติ) นิยมถวายผ้าไตร 9 ขัณฑ์ เช่น วัดสายพระป่า วัดป่านาคำน้อย หลวงพ่ออินทร์ถวาย
https://dhamma.watchmekorat.com/tag/%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%96%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A2/
ข่าวเกี่ยวกับหลวงพ่ออินทร์ถวาย
ขอบคุณข้อมูลจาก dharayath.com
โดย admin | มิ.ย. 3, 2023 | กิจกรรมงานบุญ, ข่าวสาร
๏ขอเชิญสาธุชน ร่วมพิธีเททองหล่อ ๏๚ะ๛
#พระพุทธะอัครบดี ขนาดหน้าตัก 20 นิ้ว
และเชิญร่วมทำบุญบูชาแผ่นทอง
เขียนวัน เดือน ปีเกิด
เพื่อประดิษฐานที่ห้องนั่งสมาธิ
ใต้พระวิริยะมงคลมหาเจดีย์ศรีรัตนโกสินทร์
พระมหาเจดีย์ที่สูงที่สุดในประเทศไทย
ณ ลานหน้าศาลา ๘๔ ปี
วัดธรรมมงคล กรุงเทพมหานคร
วันเสาร์ ที่ ๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๖ เวลา ๑๐.๐๐ น.
๏ส ม เ ด็ จ พ ร ะ ญ า ณ ว ชิ โ ร ด ม ๏๚ะ๛
(หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร)
เมตตาตั้งชื่อ #พระพุทธะอัครบดี
พระพุทธเจ้าทรงเลิศและใหญ่ยิ่ง
ร่วมทำบุญได้ที่ ธ.กรุงไทย เลขที่บัญชี: 0470400021 ชื่อบัญชี:โรงเรียนพระปริยัติธรรมวัดธรรมมงคล
ติดต่อสอบถามได้ที่ โทร. 062-669-9699 พระครูธรรมภาณโกวิท โทร. 084-450-5656 อ.วิยะดา แย้มสรวล

https://www.facebook.com/photo?fbid=633196608832868&set=a.466767135475817
โดย admin | มิ.ย. 3, 2023 | ข่าวสาร, ข่าวหลวงปู่อุทัย, ข่าวหลวงพ่อ
รายงานความคืบหน้า การตรวจรักษาอาการอาพาธ หลวงปู่อุทัย สิริธโร เมื่อวันศุกร์ที่ 26 พฤษภาคม 2566

ขอขอบคุณเพจ
https://www.facebook.com/watkhaoyaiyannasampanno/posts/562561059355833
ข่าวก่อนหน้านี้เกี่ยวกับ อาการอาพาธ หลวงปู่อุทัย คลิก
https://dhamma.watchmekorat.com/category/temple-news-and-activity/templenews/
โดย admin | พ.ค. 20, 2023 | ข่าวสาร, บทความธรรมมะ, บทความน่าสนใจ
การ ทำบุญวันเกิด นั้น เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ได้ทรงทำเป็นตัวอย่างเมื่อครั้งยังทรงผนวช ไม่ใช่ทำอย่างจีนหรือฝรั่ง โดยมีพระราชดำริว่า
"การที่คนเรามีอายุวนมาบรรจบครบรอบอีกครั้ง โดยไม่ตายไปเสียก่อน ถือเป็นลาภอันประเสริฐ จึงควรยินดี บำเพ็ญกุศลและ ทำบุญวันเกิด ที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองและผู้อื่น ให้สมกับที่มีน้ำใจยินดี และไม่ประมาท เพราะไม่สามารถรู้ได้ว่าจะอยู่ไปบรรจบรอบปีเช่นนี้อีกหรือไม่ ถึงวันเกิดปีหนึ่งเป็นที่เตือนใจครั้งหนึ่ง ให้รู้สึกว่าอายุล่วงไปต่อความตายอีกก้าวหนึ่ง เมื่อรู้เช่นนั้น จะได้บรรเทาความมัวเมาประมาทในชีวิตเสียได้"
แนะนำ กำลังวัน เสริมดวงเกิด คลิก 
จึงทำให้เกิดการ ทำบุญวันเกิด ขึ้นเรียกว่า เฉลิมพระชนมพรรษา ขึ้น โดยมีการสวดมนต์เลี้ยงพระจำนวน 10 รูป และถวายสิ่งของแก่พระสงฆ์ เป็นการทำแบบเงียบๆ ต่อมาก็มีเจ้านาย ขุนนางทำบุญวันเกิดกันชุกชุมขึ้น และสืบทอดต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
นอกจากนี้ ยังมีความเชื่อในสมัยพุทธกาลด้วยว่า สมัยนั้นมีสามีภรรยาพาลูกน้อยไปหาพราหมณ์ แต่พราหมณ์ทักว่าเด็กน้อยจะเสียชีวิตภายใน 7 วัน และแนะนำให้ทั้งสองคนพาลูกน้อยไปหาพระพุทธเจ้า โดยพระองค์ได้ออกอุบายนิมนต์พระสงฆ์มาสวดพระปริตร ตลอด 7 วันอันตราย เมื่อถึงเวลาที่ภัยจะมาทำร้ายก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เนื่องจากเด็กน้อยนอนฟังสวดพระปริตรอยู่ และด้วยพุทธานุภาพ ทำให้เด็กคนนั้นมีอายุยืนยาวถึง 120 ปี
วิธีการปฏิบัติในการทำบุญวันเกิด
อาจทำอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่างก็ได้ ดังนี้
- ตักบาตรพระสงฆ์เท่าอายุ หรือเกินกว่าอายุ หรือกี่รูปก็ได้ตามสะดวก
- บำเพ็ญกุศลอุทิศให้แก่บรรพบุรุษ ที่เรียกว่า ทักษิณานุประทานก่อนแล้วจึงบำเพ็ญกุศลเนื่องในวันเกิด
- ทำบุญ สวดมนต์ เลี้ยงพระ หรือมีพระธรรมเทศนาด้วย
- ถวายสังฆทาน
- ทำทานช่วยชีวิตสัตว์ เช่น ปล่อยนก ปล่อยปลา หรืออื่นๆ หรือบริจาคเงินเพื่อไปบำรุงโรงพยาบาล กิจกรรมด้านสังคมสงเคราะห์ และอื่นๆ อีกมากมาย
- รักษาศีลหรือบำเพ็ญภาวนา
- กราบขอพรจากบิดา มารดา ปู่ย่า ตายาย หรือผู้ที่ตนเคารพนับถือ
- บำเพ็ญคุณประโยชน์อื่นๆ โดยมุ่งที่การให้ มากกว่าการรับ
ของทำบุญวันเกิดในแต่ละวัน
1. ท่านที่เกิดวันอาทิตย์ หลอดไฟ ไฟฉาย เทียน ธูป อุปกรณ์แสงสว่าง แว่นตา หมาก-พลู
2. ท่านที่เกิดวันจันทร์ ของที่เกี่ยวกับน้ำ เช่น แก้วน้ำ แจกัน ของที่มีลักษณะโปร่ง ใส
3. ท่านที่เกิดวันอังคาร กรรไกร ยาสีฟัน แปรงสีฟัน พัดลม กรรไกรตัดเล็บ หรือของที่เกี่ยวกับโลหะ
4. ท่านที่เกิดวันพุธ (กลางวัน) สมุด กระดาษ ปากกา ดินสอ อุปกรณ์การศึกษา
5. ท่านที่เกิดวันพุธ (กลางคืน) พัดลม เทปธรรมะ ยาแก้โรคลม ยาหอม ไมโครโฟน เครื่องขยายเสียง
6. ท่านที่เกิดวันพฤหัสบดี สบง จีวร หนังสือธรรมะ ตู้ยา โต๊ะหมู่บูชา หมอน 1 คู่ อาสนะ
7. ท่านที่เกิดวันศุกร์ ของเป็นคู่ ธูปหอม กำยาน หรือพวกเครื่องหอมต่าง ๆ
8. ท่านที่เกิดวันเสาร์ ซื้อที่ดินถวายวัด ร่ม กระเบื้องมุงหลังคา ถวายปัจจัยบำรุงกุฏิ ห้องน้ำพระสงฆ์
แต่ในปัจจุบันการทำบุญวันเกิด มักจะนิยมไปทำบุญถวายสังฆทานที่วัด ด้วยการทำบุญถวายสังฆทาน นั้นเป็นการทำมหาทานบารมีที่ยิ่งใหญ่ เพราะสังฆทาน เรียกว่า เป็นประธานแห่งทานทั้งปวง และในแต่ละวันเกิดก็มีการจัดชุดสังฆทานที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งการจัดชุดสังฆทานของแต่ละวันเกิดมีอะไรบ้าง ?
คนเกิดวันอาทิตย์ ในการถวายสังฆทานวันเกิดนั้นก็จะมีการจัดชุดสังฆทานที่แตกต่างกันออกไป อย่างคนที่เกิดวันอาทิตย์ การถวายสังฆทานวันเกิดเพื่อเสริมดวงนั้น ควรทำบุญด้วยการปล่อยสัตว์น้ำ เพราะเป็นการปล่อยทุกข์โศกลงสู่แม่น้ำ และเสริมดวงด้านเงินทองด้วยการถวายสังฆทานเครื่องอุปโภค อย่างไฟฉาย หลอดไฟ เทียน แว่นตา รวมถึงข้าวสารอาหารแห้ง เป็นต้น เพื่อให้ผลบุญหนุนนำชีวิตไปในด้านที่ดี
คนเกิดวันจันทร์ คนที่เกิดวันจันทร์นั้น ควรไปไหว้พระขอพรอยู่เป็นประจำ เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต และขอพรให้ชีวิตเจริญรุ่งเรือง ส่วนการทำบุญวันเกิดด้วยการถวายสังฆทานเครื่องบริโภคอย่างสมุนไพรพร้อมชง เช่น ขิงผง ชารางจืด และน้ำมะตูม เป็นต้น หรือจะถวายกาน้ำ กระติกน้ำเป็นสังฆทานก็ได้เช่นกัน คนเกิดวันอังคาร สังฆทานวันเกิดของคนที่เกิดวันอังคาร เน้นการถวายสังฆทานวันเกิดที่เป็นข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ เช่น มีดโกนและกรรไกรซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่พระสงฆ์ขาดไม่ได้ รวมไปถึงการถวายผ้าไตรจีวรเป็นสังฆทาน จะช่วยเสริมดวงในเรื่องของเงินทอง และที่สำคัญชาววันอังคารควรไปไหว้พระขอพรในวันเกิดที่วัดโพธิ์ ซึ่งมีพระประจำวันเกิดประดิษฐานอยู่อีกด้วย
คนเกิดวันพุธ คนเกิดวันพุธที่อยากทำบุญวันเกิดด้วยการถวายสังฆทานนั้น ควรเลือกถวายเป็นชุดสังฆทานยาต่าง ๆ รวมไปถึงการถวายสังฆทานด้วยหนังสือธรรมะ อุปกรณ์เครื่องเขียน อย่าง สมุด ปากกา ดินสอ เป็นต้น เพราะชาววันพุธเป็นคนคิดเร็วทำเร็ว และชาววันพุธมักมีปัญหาด้านสุขภาพ การถวายสังฆทานยา หนังสือธรรมะและอุปกรณ์เครื่องเขียนเป็นสังฆทานวันเกิด จะช่วยเสริมในด้านสติปัญญาและมีสุขภาพที่ดีอีกด้วย
คนเกิดวันพฤหัสบดี การทำบุญวันเกิดของคนวันพฤหัสบดี ควรหาเวลาไปปฏิบัติธรรม เพื่อสงบจิตใจและเสริมให้ชีวิตดีขึ้น แต่ถ้าอยากเสริมดวงด้านการเงิน คนวันพฤหัสบดีก็ควรถวายสังฆทานวันเกิดด้วย สบง จีวร ผ้าอาบน้ำฝน รวมถึงพระพุทธรูปเป็นสังฆทานนั่นเอง
คนเกิดวันศุกร์ ผู้ที่เกิดในวันศุกร์นั้น นอกจากการปฏิบัติธรรมเพื่อให้จิตให้สงบแล้ว ก็ควรทำบุญวันเกิดด้วยชุดสังฆทานเครื่องอุปโภคทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น สบู่ แปรงสีฟัน ยาสีฟัน น้ำยาทำความสะอาดห้องน้ำ ถังขยะ หรือจะทำบุญด้วยการกวางลานวัด ขัดห้องน้ำวัดก็ได้เช่นกัน ซึ่งจะช่วยเสริมดวงด้านโชคลาภอีกด้วย คนเกิดวันเสาร์ สำหรับใครที่เกิดในวันเสาร์ให้ทำบุญวันเกิดด้วยการไหว้พระขอพรเป็นประจำ จะช่วยเสริมให้ชีวิตเจริญรุ่งเรือง สมหวังในสิ่งที่ปรารถนา หรือถ้าอยากเสริมดวงด้านการเงิน ก็ถวายสังฆทานวันเกิด ด้วยสังฆทานเครื่องอุปโภค อย่าง ร่ม ย่ามพระ รองเท้า หรือจะเป็นชุดสังฆทานยา ชุดสังฆทานผ้าไตร รวมไปถึงชุดสังฆทานเครื่องบริโภค เป็นต้น
ซึ่งการถวายสังฆทานในวันเกิดนั้น ถือเป็นเรื่องง่ายและสามารถไปถวายสังฆทานได้ในเวลาที่เราสะดวก ไม่จำเป็นต้องตื่นแต่เช้ามาใส่บาตรอย่างเช่นเมื่อก่อน เพราะฉะนั้นในปัจจุบันคนส่วนใหญ่จึงมักนิยมทำบุญด้วยการถวายสังฆทานในวันเกิดแทน
บทความให้ความรู้เกี่ยวกับ กฐินและผ้าป่า คลิกอ่านบทความ
โดย admin | พ.ค. 14, 2023 | ธรรมะน่าสนใจ, บทความธรรมมะ, บทความน่าสนใจ
กฐิน เป็นศัพท์ในพระวินัยปิฎกเถรวาท เป็นชื่อเรียกผ้าไตรจีวรที่พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตให้ภิกษุผู้อยู่จำพรรษาครบ 3 เดือนแล้ว สามารถรับมานุ่งห่มได้ โดยคำว่าการทอดกฐิน หรือการกรานกฐิน จัดเป็นสังฆกรรมประเภทหนึ่งตามพระวินัยบัญญัติเถรวาทที่มีกำหนดเวลา คือพระสงฆ์สามารถกระทำสังฆกรรมนี้ได้นับแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ไปจนถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 เท่านั้น โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญคือสร้างความสามัคคีในหมู่คณะสงฆ์ และอนุเคราะห์ภิกษุผู้ทรงคุณที่มีจีวรชำรุด1 ดังนั้นกฐินจึงจัดเป็นเรื่องเกี่ยวกับสังฆกรรมของพระสงฆ์โดยจำเพาะ ซึ่งนอกจากในพระวินัยฝ่ายเถรวาทแล้ว กฐินยังมีในฝ่ายมหายานบางนิกายอีกด้วย แต่จะมีข้อกำหนดแตกต่างจากพระวินัยเถรวาท
กฐินคืออะไร
กฐิน เป็นศัพท์บาลี แปลตามศัพท์ว่าไม้สะดึง คือ “กรอบไม้” หรือ “ไม้แบบ” สำหรับขึงผ้าที่จะเย็บเป็นจีวรในสมัยโบราณ ซึ่งผ้าที่เย็บสำเร็จจากกฐินหรือไม้สะดึงแบบนี้เรียกว่า ผ้ากฐิน (ผ้าเย็บจากไม้แบบ)
อาจจำแนกตามความหมายเพื่อความเข้าใจง่ายได้ดังนี้
- กฐินเป็นชื่อของกรอบไม้แม่แบบ (สะดึง) สำหรับทำจีวร ดังกล่าวข้างต้น
- กฐินเป็นชื่อของผ้าที่ถวายแก่พระสงฆ์เพื่อกรานกฐิน (โดยได้มาจากการใช้ไม้แม่แบบขึงเย็บ)
- กฐินเป็นชื่อของงานบุญประเพณีถวายผ้าไตรจีวรแก่พระสงฆ์เพื่อกรานกฐิน
- กฐินเป็นชื่อของสังฆกรรมการกรานกฐินของพระสงฆ์
กฐินมีที่มาอย่างไร
กฐิน เป็นบุญถวายผ้าไตรจีวรแด่พระสงฆ์ ซึ่งจำพรรษาแล้ว เริ่มตั้งแต่แรม 1 ค่ำ เดือน 11 ถึง วันเพ็ญ 15 ค่ำ เดือน 12 เป็นเขตทอดกฐินตามหลักพระวินัย
มูลเหตุมีการทำบุญกฐินซึ่งมีเรื่องเล่าว่า พระภิกษุชาวเมืองปาฐา 30 รูป จะไปเฝ้าพระพุทธเจ้าที่พระเชตวันมหาวิหาร แต่จวนใกล้กำหนดเข้าพรรษาเสียก่อน จึงหยุดจำพรรษาที่เมืองสาเกต พอออกพรรษาแล้วก็รีบพากันไปเฝ้าพระพุทธเจ้า ทั้ง ๆ ที่ผ้าสบงจีวรเปื้อนเปรอะ เนื่องจากระยะทางไกลและฝน ผ้าสบงจีวรจึงเปียกน้ำและเปื้อนโคลน จะหาผ้าผลัดเปลี่ยนก็ไม่มี พระพุทธเจ้าทรงเห็นความลำบากของพระภิกษุเช่นกัน จึงมีพุทธบัญญัติให้พระภิกษุแสวงหาผ้าและรับผ้ากฐินได้ตามกำหนด จำกัดประเภททาน คือ ต้องเป็นถวายสังฆทานเท่านั้น จะถวายเฉพาะเจาะจงภิกษุรูปใดรูปหนึ่งเหมือนทานอย่างอื่นไม่ได้ จำกัดเวลา คือกฐินเป็นกาลทานอย่างหนึ่ง (ตามพระบรมพุทธานุญาต) ดังนั้นจึงจำกัดเวลาว่าต้องถวายภายในระยะเวลา 1 เดือน นับแต่วันออกพรรษา เป็นต้นไป จำกัดงาน คือ พระภิกษุที่กรานกฐินต้องตัด เย็บ ย้อม และครองให้เสร็จภายในวันที่กรานกฐิน จำกัดไทยธรรม คือ ผ้าที่ถวายต้องถูกต้องตามลักษณะที่พระวินัยกำหนดไว้ จำกัดผู้รับ คือ พระภิกษุผู้รับกฐิน ต้องเป็นผู้ที่จำพรรษาในวัดนั้นโดยไม่ขาดพรรษาตั้งแต่1รูปขึ้นไป และจะใช้5รูปขึ้นไปในการกรานกฐินในโบสถ์เท่านั้น จำกัดคราว คือ วัด ๆ หนึ่งรับกฐินได้เพียงปีละ 1 ครั้งเท่านั้น เป็นพระบรมพุทธานุญาต ทานอย่างอื่นทายกทูลขอให้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงอนุญาต เช่น มหาอุบาสิกาวิสาขาทูลขออนุญาตผ้าอาบน้ำฝน แต่ผ้ากฐินนี้พระองค์ทรงอนุญาตเอง นับเป็นพระประสงค์โดยตรง
อานิสงส์ของการทอดกฐิน
1. เป็นการสงเคราะห์พระภิกษุที่จำพรรษาครบถ้วนไตรมาสให้ได้รับอานิสงส์ตามพุทธบัญญัติ 2.เป็นการเทิดทูนพระพุทธบัญญัติเรื่องกฐินให้คงอยู่สืบไป นับได้ว่าบูชาพระพุทธศาสนาด้วยการปฏิบัติบูชาส่วนหนึ่ง 3.สืบต่อประเพณีกฐินทาน มิให้เสื่อมสลายไปจากวัฒนธรรมประเพณีของคนไทย ซึ่งบรรพบุรุษนำสืบต่อกันมามิขาดสาย 4.การทอดกฐินเป็นการถวายทานโดยมิเจาะจงบุคคลโดยเฉพาะ แต่ถวายแก่หมู่สงฆ์เป็นส่วนรวมจึงเข้าลักษณะเป็นสังฆทาน ที่พระพุทธองค์ทรงสรรเสริญ ว่ามีผลานิสงส์มาก 5.การร่วมบำเพ็ญกฐินทาน เป็น "กาลทาน" คือเป็นทานที่ถวายได้ภายในเวลาที่มีพระพุทธานุญาตกำหนด จึงมีอานิสงส์เป็นพิเศษ 6.ในการทอดกฐิน ส่วนใหญ่เป็นการร่วมมือร่วมใจกันของคนจำนวนมากเพื่อสร้างความดีงาม จึงเป็นการเสริมสร้างพลังสามัคคีขึ้นในสังคมอีกทางหนึ่งด้วย
ผ้าป่า
คือ ผ้าที่ผู้ถวายนำไปวางพาดไว้บนกิ่งไม้เพื่อให้พระชักเอาไปเองโดยไม่กล่าวคำถวายหรือประเคนเหมือนถวายของทั่วไป กริยาที่พระหยิบผ้าไปใช้แบบนั้น เรียกว่า "ชักผ้าป่า" ส่วนการถวายผ้าป่านิยมจัดของใช้เป็นบริวารผ้าป่าเหมือนบริวารกฐินเรียกว่า "ทอดผ้าป่า"
การทอด ผ้าป่า จัดเป็นการทำบุญที่นิยมกันมากในปัจจุบัน โดยมีชื่อเรียกตามลักษณะการรวมกันของเครื่องบริวาร หรือตามวัตถุประสงค์ของการทำบุญที่เกี่ยวกับงานที่จัดขึ้น วิธีการทอดผ้าป่านั้นไม่จำเป็นต้องนำผ้าไปวางทิ้งหรือทอดไว้ในป่าอีกเพราะขยายจากการทอดผ้า เป็นเงินหรือสิ่งของที่บริจาคเพื่อสาธารณประโยชน์โดยปรับเปลี่ยนให้เข้าตามยุคตามสมัยสังคม ถือตามความสะดวกของสาธุชนผู้มาร่วมประกอบพิธี ซึ่งถือว่าได้อุปโลกน์เป็นผ้าป่าไปแล้ว

ในปัจจุบันประเภทของผ้าป่ามีชื่อเรียก 3 อย่าง คือ
- ผ้าป่าหางกฐิน ได้แก่ ผ้าป่าที่เจ้าภาพจัดให้มีขึ้นต่อจากการทอดกฐิน หรือเรียก ผ้าป่าแถมกฐิน
- ผ้าป่าโยง ได้แก่ ผ้าป่ามราจัดทำรวมๆ กันหลายๆ กอง นำบรรทุกเรือแห่ไปทอด ตามวัดต่างๆ ที่อยู่ริมแม่น้ำ จะมีเจ้าภาพเดียวหรือหลายเจ้าภาพก็ได้
- ผ้าป่าสามัคคี ได้แก่ ผ้าป่าที่มีการแจกฎีกาบอกบุญไปตาม สถานที่ต่างๆ ให้ร่วมกันทำบุญแล้วแต่ศรัทธา โดยจัดเป็นกองผ้าป่ามารวมกัน จะเป็นกี่กองก็ได้ เมื่อถึงวันทอด จะมีขบวนแห่ผ้าป่ามารวมกันที่วัด บางที่ก็มีจุดประสงค์เพื่อหาเงินไปสร้างถาวรวัตถุต่างๆ เช่น โบสถ์ วิหาร ศาลาการเปรียญ เป็นต้น
พิธีทอด ผ้าป่า
เจ้าภาพไปแจ้งความประสงค์ที่จะทอดผ้าป่ากับทางเจ้าอาวาส เรียกว่า เป็นการจองผ้าป่า และทำกากำหนดเวลา จากนั้นก็ทำการตั้งองค์ผ้าป่า ซึ่งสิ่งที่การทอดผ้าป่าต้องมี คือ ผ้า กิ่งไม้สำหรับพาดผ้า ให้อุทิศถวาย ไม่เจาะจงพระรูปใด รูปหนึ่ง
การตั้งองค์ผ้าป่า
เจ้าภาพต้องจัดหาผ้าสำหรับพระภิกษุมาผืนหนึ่ง อาจเป็นสบง จีวร สังฆาฏิ หรือทั้ง 3 อย่าง แล้วแต่ศรัทธา จากนั้นให้นำกิ่งไม้ไปปักไว้ในภาชนะที่มีขนาดพอสมควร เพื่อใช้เป็นที่พาดผ้าป่า และใช้สำหรับนำสิ่งของเครื่องใช้ที่จะนำไปถวายพระ เช่น สบู่ ยาสีฟัน ผ้าเช็ดตัว ผ้าอาบน้ำฝน สมุด ดินสอ เป็นต้น ในส่วนของปัจจัย (เงิน) นิยมนำไปเสียบไว้กับต้นกล้วยที่มีขนาดเล็กในกองผ้าป่า
การนำผ้าป่าไปทอด
ในปัจจุบันการทอดผ้าป่านับว่าเป็นงานค่อนข้างใหญ่ ต้องมีการจองผ้าป่า เพื่อแจ้งให้ทางวัดทราบกำหนดการต่างๆ จะได้จัดเตรียมการต้อนรับ เมื่อถึงกำหนด ก็จะมีการแห่องค์ผ้าป่ามาเป็นกลองยาว แตวง อย่างครึกครื้น สนุกสนาน บ้างก็อาจจะมีการละเล่นพื้นบ้าน หรือร่วมร้องเพลง รำวงกัน
การทอดผ้าป่า
นำผ้าป่าไปวางตรงหน้าพระภิกษุสงฆ์ กล่าวถวายผ้าป่า พระสงฆ์รูปหนึ่งก็จะลุกขึ้นเดินถือตาลปัตรมาชักผ้าบังสกุลที่องค์ผ้าป่า โดยกกล่าวคำปริกรรมว่า “อิมัง ปังสุกล ละจีวะรัง อัสสามิกัง มัยหัง ปาปุณาติ” แปลเป็นใจความได้ว่า “ผ้าบังสุกุลผืนนี้เป็นผ้าที่ไม่มีเจ้าของหวงแหน ย่อมตกเป็นของข้าพเจ้า ต่อจากนั้นพระสงฆ์ จึงสวดอนุโมทนาในผลบุญ เจ้าภาพกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศล เป็นอันเสร็จพิธี”
1.ทำให้มั่งคั่งด้วยโภคทรัพย์สมบัติ 2.ทำให้ประสบความเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน 3.ทำให้เป็นผู้มีสัมมาทิฐิ พบเจอแต่บัณฑิต กัลยาณมิตร เพราะบูชาบุคคลที่ควรบูชา 4.ทำให้มีชื่อเสียงและเป็นที่เคารพศรัทธาของมหาชน
การถวาย กฐิน หรือ บุญผ้าป่า เป็นกุศลผลบุญที่ใหญ่หลวง ผู้ถวายจะปรารถนาความสำเร็จใด ๆ ในภพชาติใหม่ ก็จะให้สำเร็จได้ดังมโนรถความปรารถนา หรือถ้าจะปรารถนาพุทธภูมิก็ดี ปัจเจกภูมิก็ดี สาวกภูมิก็ดี สาวิกาภูมิก็ดี เมื่อมีวาสนาบารมีแก่กล้าแล้วก็จะได้สำเร็จดังมโนปณิธาน หรือความปรารถนาที่ตั้งไว้
ขอขอบคุณ เว็บธาราญา ในการแบ่งปันความรู้ครับ