มงคล คืออะไรโดยหลวงพ่ออินทร์ถวาย

มงคล คืออะไร หลวงพ่ออินทร์ถวาย
สมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าของเราเสด็จประทับอยู่ที่กรุงราชคฤห์ ท่านปรารภเกี่ยวกับ มงคล มงคลอันไหนที่เป็นมงคลของมนุษย์ มีคนหนึ่ง เขามีงานเทศกาล งานปีใหม่ คนเต็มไปมากแต่บุรุษคนนั้นกล่าวขึ้นในที่ที่ชุมชน ที่ประชุมนั้นน่ะ “ขอความเป็นสิริมงคลจงเกิดกับข้าพเจ้าตลอดไป ขอความเป็นสิริมงคลจงเกิดกับข้าพเจ้าตลอดไป” พอพูดเท่านั้น คนนั้นก็หายไป ไม่รู้ว่าใครเป็นคนพูด
คนได้ยิน เอ๊ะ คำว่า สิริมงคล เป็นคำพูดที่ถูกต้อง แล้วก็เป็นสิริมงคลสำหรับตนตลอดไป ก็ถูกต้องอีกเหมือนกัน ขอให้ข้าพเจ้าเป็นผู้มีสิริมงคลในชีวิตของข้าพเจ้าตลอดไป อันนี้เป็นคำพูดที่ฟังดูแล้วถูกต้อง ก็มาถกเถียงกันอันไหนเป็นมงคล ถามกันในชุมชน ถกเถียงกัน อันไหนเป็นมงคล คนหนึ่งว่า ได้เห็นรูปสวยๆ งามๆ ตื่นขึ้นมาแล้วก็เห็นสิ่งที่เจริญตา สวยงาม อันนั้นแหละเป็นมงคล คนหนึ่งก็บอกว่า ไม่น่าจะใช่ เพราะเหตุว่า ตื่นขึ้นมาบางทีก็เห็นเขาหน้าบูดหน้าเบี้ยวใส่ ทำเห็นเขาเบี้ยวปากใส่บ้าง เห็นเขาแสดงอากัปกิริยากับเรา ก็ไม่ใช่ว่าตื่นขึ้นมาแล้วจะเห็นแต่มงคล มันก็เห็นสิ่งที่ไม่เป็นมงคลด้วย สิ่งที่ไม่พึงปรารถนา คำว่า เห็น คำนี้ มันไม่น่าจะถูกต้อง อันนี้ก็มาไล่กันละที่นี้ จนถึง ได้ยินบ้าง ได้สัมผัสบ้าง อะไรต่อมิอะไร ผลที่สุดไม่มีใครที่จะตัดสินใจได้

มงคล คืออะไร

ผลที่สุด เทวดาได้ยินมนุษย์โกลาหลถกเถียงกัน เอ๊ะ คำว่า เป็นมงคลคืออะไร เทวดาสงสัยอีกเหมือนกัน ไปถามกันอีก จนถามกันจนถึงอากาศเทวดา จนถึงชั้นจาตุม ยามา ดุสิตา ดาวดึงส์ ยามา ขึ้นไปเรื่อย จนถึงพรหม ก็ไม่มีใครที่จะแก้ได้ว่า คำว่า สิริมงคลกับตนเองนั้นคืออะไร ผลที่สุดก็ได้พระอินทร์ได้ยินอีกเหมือนกัน โอ้ ไม่ได้หรอก นอกจากพระพุทธเจ้า พระอินทร์จึงลงมาพร้อมกับเทวดาเป็นหมื่นจักรวาล เพราะว่าปัญหานี้เป็นปัญหาที่คาใจของเทวดา คำว่าสิริมงคลกับตนเองนั้นคืออะไร มาถามพระพุทธเจ้าในเวลาเที่ยงคืน พระพุทธองค์ก็เฉลยปัญหาที่เทวดาถาม เทวดาเหล่านั้นก็ได้สำเร็จมรรคสำเร็จผลมากที่สุดในครั้งคราวนั้นที่พระองค์แสดงเรื่อง มงคลนะ
แต่พระพุทธองค์ก็บอกว่า ที่เราแสดงมงคลคืนที่ผ่านมาเนี่ย ยังไม่เป็นน่าอัศจรรย์ ในอดีตชาติของเรา เราเป็นศิษย์ เราเป็นฤาษีอยู่ในป่า เขาถามกันเรื่องมงคล เราก็ได้อธิบายให้เขาฟังในชาตินั้น คนทั้งหลายเข้าใจในมงคลในคราวนั้นมากทีเดียวจนถึงเทวดา คราวนั้นเรายังไม่ได้ตรัสรู้เป็นพระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ เป็นแค่เพียงเสวยชาติเป็นฤาษี เราก็ยังมีความฉลาด ตอบปัญหาเรื่องมงคลให้กับผู้คนทั้งหลายในยุคสมัยนั้น
พระสงฆ์ทั้งหลายก็กราบทูลถามว่า สมัยนั้น พระพุทธองค์ได้ตรัสเรื่องอะไรหนอ พระเจ้าข้า สมัยเป็นฤาษี พระพุทธองค์บอกว่า ฟัง แล้วพระองค์ก็ได้แสดงมงคล นะ มงคล ๘ ประการ แตกต่างกว่าสมัยที่พระองค์ได้ตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ
ในสมัยเป็นโพธิสัตว์ พระพุทธองค์ยกอันไหนขึ้นก่อน พระพุทธองค์สมัยนั้นยกเรื่องเมตตาขึ้นก่อน พวกเราอยู่ด้วยกันต้องมีเมตตา ถ้าหากว่าบุคคลที่อยู่ด้วยกันที่มีเมตตาต่อกัน มีความเอื้อเฟื้อต่อกัน รู้จักเขารู้จักเรา อย่าเบียดบังอย่าเบียดเบียนซึ่งกันและกัน โลกทั้งโลกก็จะร่มเย็นเป็นสุข จากนั้นท่านก็บอกว่า ให้รู้จักสัมมาคารวะ ให้รู้จักสูง รู้จักต่ำ รู้จักสิ่งควรไม่ควร เราอยู่ในสถานะไหน ให้รู้จักในสถานะของตนเอง นี่แหละ ท่านก็ไล่ไปอย่างนี้แหละ สรุปแล้วก็คือ มงคล ๘ ประการในสมัยนั้น
พอมาถึงสมัยที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสรู้พระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ ที่พระอินทร์มาถามพร้อมกับเทวดา ในคืนวันนั้นที่วัดป่าเชตวันมหาวิหาร พระพุทธองค์ได้ตรัส มงคล ๓๘ ประการ ขึ้นต้นว่า อเสวนา จ พาลานํ ปณฺฑิตานํ จ เสวนา ปูชา จ ปูชนียานํ อันนี้คือพระพุทธองค์ยกบุคคลนะ แต่สมัยเป็นฤาษีนั้น ท่านยกคุณธรรมคือเมตตาขึ้นมาเป็นหลัก แต่มาในครั้งที่พระพุทธองค์ได้ตรัสรู้ ท่านยกบุคคล อเสวนา จ พาลานํ อย่าไปคบคนพาล ให้คบบัณฑิต ให้คบคนดี ให้คบบัณฑิต อย่าไปคบคนพาล อเสวนา จ พาลานํ ปณฺฑิตานํ จ เสวนา ให้คบบัณฑิต ปูชา จ ปูชนียานํ บูชาบุคคลที่ควรบูชา นี่แหละ พระพุทธองค์ก็ไล่เป็นข้อๆ ไปจนถึงมงคล ๓๘
เพราะฉะนั้น ให้พวกเราศึกษามงคล ๓๘ ประการนั้นน่ะมีอะไรบ้าง จนถึงทำจิตใจให้หลุดพ้นจากอาสวะกิเลสในที่สุดนะ ในมงคลของพระพุทธเจ้า เพราะเทวดาที่พระอินทร์ที่เป็นผู้พานำให้เทวบุตรเป็นคนทูลถาม เทวดาทั้งหลายเมื่อได้ฟังพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว ได้สำเร็จมรรคสำเร็จผลมาก ในมงคลสูตรนี้ เพราะฉะนั้น ให้พวกเราศึกษา
หลวงพ่ออินทร์ถวาย สันตุสสโก
จากพระธรรมเทศนา “อะไรคือมงคล”
แสดงธรรมเมื่อวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๗
ที่มาจากเพจ
https://www.facebook.com/LuangpoInthawaiSantussako/posts/3417812735116443

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Scroll to Top