อานาปานสติ คืออะไร ฝึกนั่งสมาธิอย่างไร จิตเจริญปัญญา

อานาปานสติ คืออะไร ฝึกนั่งสมาธิอย่างไร จิตเจริญปัญญา

อานาปานสติ นับว่าเป็นกองกรรมฐานที่สำคัญที่พระพุทธเจ้าทรงยกย่อง และ พระฝ่ายกรรมฐาน หรือ สายพระป่า พระอาจารย์มั่น ก็ยกย่องส่งเสริมการฝึกเจริญสติสมาธิด้วย อานาปานสติ หรือ การดูลมหายใจ แต่มีหลักการและความสงสัยในการฝึกลม หายใจเข้าออกนั้น ทำให้ยังเกิดการติดขัดสงสัยต่อการฝึก

อานาปานสติ คืออะไร

อานาปานสติหมายถึงการมีความระลึกรู้ตัวในลมหายใจเข้าออก

อานาปานสติ อันภิกษุเจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว
ย่อมมีผลมากมีอานิสงส์มาก
ภิกษุที่เจริญอานาปานสติแล้ว ทำให้มากแล้ว
ย่อมบำเพ็ญสติปัฏฐาน ๔ ให้บริบูรณ์ได้
ภิกษุที่เจริญสติปัฏฐาน ๔ แล้ว ทำให้มากแล้ว
ย่อมบำเพ็ญโพชฌงค์ ๗ ให้บริบูรณ์ได้
ภิกษุที่เจริญโพชฌงค์ ๗ แล้ว ทำให้มากแล้ว
ย่อมบำเพ็ญวิชชาและวิมุตติให้บริบูรณ์ได้

อานาปานสติสูตร พระไตรปิฏก เล่ม ๑๔

อานาปานสติเกี่ยวข้องกับการนั่งสมาธิอย่างไร

สมาธิ แปลตามบาลีแปลว่า ความตั้งใจมั่น หรือ สมาธิในความหมายของพจนานุกรม แปลว่า ที่ตั้งมั่นแห่งจิต

ซึ่งตามจุดมุ่งหมายของการนั่งสมาธินั้นคือ การทำให้จิตสงบหรือ ที่เรียกว่า สมถะกรรมฐาน คือทำให้จิตสงบเสียก่อน เมื่อจิตสงบแล้วจะทำให้การโน้มไปสู่การเกิดปัญญาได้ตามลำดับของการนั่งสมาธิ คือ ขณิกสมาธิ อุปจารสมาธิ และ สุดท้าย อัปณาสมาธิ ดังนั่งสมาธิที่เร่ิมต้นนั้นจะมีการนำสติเป็นเป็นเครื่องมือช่วยการละลึกให้รู้ตัว ในการนั่งสมาธิ  และ นำมาใช้คู่กับ สติ(คือความระลึกได้) + สัมปะชัญญะ (คือความรู้ตัว)

อานาปานสติฝึกอย่างไร

อานาปาสติคือการฝึกดูลมหายใจเข้า และ หายใจออก และ มักจะใข้คู่กับ พุทธานุสติ หรือ ที่เรียกว่า การกำหนดรรู้ พุทโธ ซึ่งมีวิธีการเบื้องต้นดังนี้

  • ฝึกให้รู้ลมเข้า  เป็นขั้นตอนที่สำคัญในการเร่ิมต้น โดยการเริ่มจาก ลมรู้ที่ปลายจมูก ผ่านเข้ามาที่หน้าอก และลงท้อง    มักจะควบคู่กับ พุทธานุสติ คือ กำหนดลมเมื่อถึงท้อง ก็จะกำหนด พุธ
  • ฝึกให้รู้ลมออก เป็นการปล่อยลมช้าตามสบายจากท้อง อก และ มาสิ้นที่ปลายจมูก แล้วกำหนด โธ
  • ฝึกจนเคยชิน และดูลมอย่างนี้ไปเรื่อย แล้วจิตจะมีความสงสัยว่า มีอะไรต่อเห็นอะไรต่อ ก็ปล่อย เพราะจิตกำลังจะเกิดความสงสัยที่มาจากนิวรณ์ ทำให้สมาธิไม่สงบ คิดโน่นคิดนี่
  • การกำหนดลม ไม่ต้องสนใจว่าจะเร็ว หรือ ช้า หายใจแบบไหนก็กำหนดรู้ไปเรื่อยๆ เพราะจะทำให้เราฟุ้งซ่าน แค่รู้ว่าลมเข้าและลมออก เดี๋ยวจิตจะพัฒนาการรู้ลม ไม่อึดอัด เดินลมสะดวก และมีผลการการนั่งอย่างสงบใจ
  • ฝึกบ่อย จนจิตชิน จะทำให้เกิด ขณิกสมาธิขฌิกสมาธิ คือ สมาธิชั่วขณะ ซึ่งบุคคลทั่วไปสามารถนำมาใช้การงานในชีวิตประจำวัน เช่นใช้อ่านหนังสือ หรือขับรถขณิกสมาธิ เหมือนเด็กที่เพิ่งหัดเดินขณิก(ชั่วขณะ) + สมาธิ(ความทรงไว้พร้อม ความตั้งมั่น)

ขอบคุณจากเพจ https://dharayath.com/

ผ้าไตร หรือ ผ้าไตรจีวร 5 ขันธ์ และ 9 ขันธ์ ต่างกันอย่างไร และเลือกสำหรับงานบวชอย่างไร

ผ้าไตร หรือ ผ้าไตรจีวร 5 ขันธ์ และ 9 ขันธ์ ต่างกันอย่างไร และเลือกสำหรับงานบวชอย่างไร

ผ้าไตรจีวร / ผ้าไตร สำหรับเตรียมตัวจัดงานบวชน้ัน หลายท่านจะมีความสับสนการเลือกและไม่เข้าใจว่า ทำไมบางครั้งที่ร้านขายผ้าไตรจะถามเราว่า เอาแบบ 5 ขันธ์หรือ 9 ขันธ์ บทความนี้จะมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับการเลือกผ้าไตรสำหรับผู้ที่กำลังหาซื้อผ้าไตรสำหรับเตรียมในงานบวชให้กับลูกหลาน หรือ จัดหาเพื่อถวายผ้าไตรแด่พระภิกษุ

ผ้าไตรจีวร คืออะไร

ผ้าไตร คือ ผ้าที่พระสงฆ์ใช้นุ่งครอง หรือผ้าเหลืองที่เราเห็นพระสงฆ์นุ่งห่มนั่นเอง บางครั้งชาวบ้านก็จะเรียกผ้าที่พระครองว่า ผ้าไตรจีวรหรือผ้าจีวร แต่ทำไมถึงเรียกว่าผ้าไตร

คำว่า ไตร หมายถึง ไตรที่แปลว่า สาม ดังนั้นในความหมายของผ้าไตรในการแปลแบบตรงไปตรงมา ก็จะหมายถึง ผ้าสามผืนนั่นเอง ดังนั้น เมื่อเรากล่าวถึงผ้าไตร ก็จะเข้าใจตรงกันในความหมายเดียวกันคือ ผ้าสามผืนที่พระสงฆ์ใช้สำหรับนุ่งครอง

ซึ่งในผ้าไตร 3 ผืน ก็จะประกอบไปด้วย

  1. ผ้าจีวร หรือ ผ้าห่ม ซึ่งพระสงฆ์จะเรียกว่า อุตราสงค์
  2. ผ้าสบง หรือ ผ้านุ่ง ซึ่งพระสงฆ์เรียกว่า อันตรวาสก
  3. สังฆาฏิ หรือ ผ้าซ้อน/ผ้าพาดบ่า

ผ้าไตร ส่วนใหญ่มักนิยมเรียกย่อๆ ว่า ไตร ไตรเต็ม หรือ ไตรแบ่ง

ไตรเต็ม คือ ผ้าไตรที่จัดรวมกันไว้เป็นชุดครบทั้ง 3 ผืน เหมือนผ้าไตรที่นิยมวายกันโดยทั่วไป บางโอกาสอาจจะเพิ่ม กายพันธน์ ผ้าอังสะ  ผ้ารัดอก และผ้ากราบ

  • กายพันธน์ คือ ผ้าประคดรัดเอว (รัดประคด)
  • ผ้าอังสะ คือ ผ้าที่มีลักษณะคล้ายเสื้อใช้คล้องไหล่เฉียงบ่าปิดไหล่ซ้าย พระจะใช้เมื่อเวลาอยู่ที่วัดตามลำพัง (ไม่ต้องห่มจีวรคลุมร่างทั้งผืน)
  • ผ้ารัดอก ใช้สำหรับรัดจีวรเมื่อเวลาห่มดอง
  • ผ้ากราบ ใช้สำหรับรองเมื่อเวลากราบและใช้ปูรับของเมื่อเวลาผู้หญิงประเคนของถวาย

ผ้าไตรจีวร 5 ขันธ์ และ ผ้าไตรจีวร 9 ขันธ์

ขัณฑ์ คือ ลักษณะของการเย็บผ้า จำนวนชิ้นผ้าที่ตัดขาดจากกัน นำมาเย็บต่อเข้าเป็นผืนเดียวกันเช่น ผ้าไตร 9 ขัณฑ์ คือ ผ้า 9 ชิ้น ที่นำมาเย็บต่อเป็นผืนเดียวกันใช้เป็นสบงหรือจีวร (จำนวนขัณฑ์มาก จำนวนชิ้นผ้าก็เยอะตาม)

  • สำหรับพระวัดทั่วไป (มหานิกาย) นิยมถวาย ผ้าไตร 5 ขัณฑ์ 

 

  • สำหรับพระวัดป่ากรรมฐาน (ธรรมยุติ) นิยมถวาย ผ้าไตร 9 ขัณฑ์

ชุดเครื่องบวชพระภิกษุสงฆ์ ประกอบไปด้วย

  • ไตรครอง ประกอบด้วยอัฐบขาล 7 อย่าง
  • ไตรอาศัย (สบง, จีวร, อังสะ)
  • ไตรคู่สวด – อุปัชฌาย์
  • ชุดนาค (เสื้อครุยนาค, สบงขาว, ผ้าสไบ)
  • บาตรครบชุด
  • ตาลปัตร
  • ย่าม
  • อาสนะ
  • ต้นเทียนถวายพระอุปัชฌาย์ – พระคู่สวด 3 ใบ
  • กรวยขมา ถวายพระอุปัชฌาย์ – พระคู่สวด 3 ใบ
  • ธูป เทียน แพ พาน
  • เสื่อ
  • ที่นอนพระ
  • หมอน
  • มุ้ง
  • ผ้าเช็ดตัว – ผ้าเช็ดหน้า
  • ผ้าห่ม
  • ปิ่นโต
  • กระโถน
  • จาน ช้อน ส้อม แก้วน้ำ
  • รองเท้าแตะ

พิธีการบวช

1. ตอนเย็นก่อนบวชจะมีพิธีโกนหัวนาค ณ โรงพิธีประชุมวงฆ์ นาคทั้งหลายจะรับศีล อาราธนาพระปริตรพระสงฆ์พรมน้ำมนต์และสระผมนาค ผู้ที่โกนหัวอาจเป็นพระสงฆ์หรือพ่อแม่ จากนั้นญาติผู้ใหญ่จะโกนด้วยเล็กน้อย

2. หลังจากนั้นอาบน้ำ เปลี่ยนเครื่องแต่งตัวนุ่งขาว ห่มขาว เรียกว่า “เจ้านาค”

3. กลางคืนจัดให้มีพิธีสงฆ์เรียกว่า “การสวดผ้า” เจ้านาคต้องมีไตรจีวร และจะมีการทำขวัญนาคด้วยในคืนนี้

4. จะมีการแห่นาคในวันบวชวันรุ่งขึ้น แห่รอบโบสถ์ 3 รอบ เป็นการบูชาพระพุทธศาสนา ขณะที่แห่จะมีการว่าเพลง “คำตัก”

5. เมื่อครบ 3 รอบ นาคจะจุดธูปเทียน บูชาพัทธสีมา มีการกรวดน้ำ

6. หลังจากนั้นญาติจะช่วยกันอุ้มนาคเข้าอุโบสถ ห้ามเหยียบธรณีประตู พ่อแม่นาคส่งไตรครองให้นาค เพื่อถวายพระอุปัชฌาย์ ถวายพระกรรมวาจาจารย์ (พระคู่สวด) และพระอนุสาวนาจารย์ ท่านละ 3 กรวย จากนั้นกล่าวคำขอบรรพชา รับศีล 10 พระอุปัชฌาย์คล้องบาตรสะพาย พระคู่สวดจะประกาศว่าผู้ชื่อนั้นๆ ได้มาขออุปสมบทเป็นพระภิกษุ แล้วตั้งคำถามเป็นข้อๆ เรียกว่า “ขานนาค”

7. เมื่อขานนาคเสร็จ นาคขออุปสมบทต่อคณะสงฆ์ คณะสงฆ์กล่าว อนุศาสน์ (ข้อควรปฏิบัติ และไม่ควรปฏิบัติขณะที่บวช)

8. เมื่อจบอนุศาสน์ พระบวชใหม่ถวายของบูชาพระคุณแก่คณะสงฆ์ จากนั้นรับของถวายเครืองไทยธรรมจากญาติ ขณะเดียวกันจะกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้แก่บิดา มารดา ญาติเป็นอันเสร็จพิธี

แก้กรรม คืออะไร ทำอย่างไรสำคัญที่สุดคือ แก้กรรมด้วยตัวเอง

แก้กรรม คืออะไร ทำอย่างไรสำคัญที่สุดคือ แก้กรรมด้วยตัวเอง

การแก้กรรมหลายคนพยายามที่จะแก้ไขในสิ่งที่ทำให้รู้สึกผิดหายไปหรือสิ่งที่ทำให้ทุกข์ที่เกิดขึ้นหายไป แก้กรรม ทำอย่างไรหลายท่านยังค้นหาวิธีแก้กรรมเพื่อให้เกิดการพ้นทุกข์  ถ้าตามความหมายในคำสอนแล้ว กรรม คือ การกระทำ เกิดขึ้นแล้ว ไม่สามารถมีใครไปลบล้างได้ ต้องดำเนินไปเหตุตามผล

ได้เจอหลายบทความที่น่าสนใจนำมาฝากกัน เกี่ยกกับการแก้กรรม

แก้กรรม คืออะไร

กรรม คือ การกระทำด้วยเจตนา ทั้งในอดีตชาติ หรือในปัจจุบันก็ล้วนเป็นกรรมทั้งสิ้น ซึ่งสิ่งเหล่านั้นมีผลกระทบต่อปัจจุบันและอนาคต

การแก้กรรม คือ แก้ตรงที่ ให้เราสำนึกว่าตรงนั้นเราทำผิด แล้วต่อไปเราจะไม่ทำอกุศลกรรมเช่นนั้นอีกต่อไป มาทำสัญญากันใหม่ ตั้งปณิธานใหม่ เราก็ต้องมาทำสัญญากับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ สัญญากับเจ้ากรรมนายเวรว่าเราจะไม่ทำอกุศลกรรมเช่นนั้นอีกต่อไป

ตัดกรรม คืออะไร

ตัดกรรม คือ การหยุดทำความชั่วหยุดทำบาป การตัดเวร คือ การหยุดการพยาบาทอาฆาตจองเวรซึ่งกันและกัน คือไม่แก้แค้นซึ่งกัน และกันรู้จักคำว่าให้อภัยซึ่งกันและกัน และผู้ที่ทำผิดก็ให้รู้จักคำว่าขอโทษ ผู้ที่ถูกขอโทษก็รู้จักคำว่าให้อภัย อันนี้เป็นอุบายตัดกรรมตัดเวร

การแก้กรรม และ การตัดกรรม สิ่งที่ดำเนินเหมือนกัน คือ การขออภัย หยุดทำชั่ว และ นำไปสู่การอภัยทาน  ซึ่งหัวใจก็คือ การละการทำชั่วบาป ทั้งปวงเพื่อไม่นำไปสู่ผลกรรมไม่ดีต่อกัน

แก้กรรม ขออโหสิกรรม เจ้ากรรมนายเวร คืออะไร

กรรมที่เลิกแล้วต่อกัน ไม่ส่งผลแก่ผู้กระทำกรรมในภพชาติต่อๆ ไปการขออโหสิกรรม คือ การขอโทษในสิ่งที่ตนทำผิดต่อผู้อื่นด้วยใจจริง การให้อโหสิกรรม คือ การให้อภัยต่อความผิดพลาดพลั้งที่ผู้อื่นกระทำต่อตน

คำว่า อโหสิกรรม มาจากคำ 2 คำ คือ
อโหสิ เป็นคำภาษาบาลีแปลว่า “ได้มีแล้ว” หมายความว่า ได้ให้ผลเสร็จสิ้นแล้ว
กรฺม ซึ่งเป็นคำภาษาสันสกฤต แปลว่า การกระทำ หมายถึง การกระทำที่มีเจตนา
แปลรวมกันว่า กรรมที่ไม่ส่งผลแก่ผู้กระทำกรรมอีกต่อไป

อ่านบทความเกี่ยวกับ การขออโหสิกรรม การขออโหสิกรรมคืออะไร และมีขั้นตอนอย่างไร ?

ขออโหสิกรรม ตามหลักพระพุทธศาสนา เชื่อว่า

1) กรรมเบาบาง อยู่ร่วมกันอย่างราบรื่น สำเร็จในชีวิตนี้ และส่งผลชีวิตหน้า

บุคคลที่ทำกรรมดีหรือกรรมชั่วโดยมีเจตนาในการทำกรรมนั้น จะต้องได้รับผลกรรมตามสมควรแก่การกระทำของตน คนที่ทำร้ายผู้อื่นคนที่คดโกงหรือฉ้อราษฎร์บังหลวงก็จะได้รับผลกรรมนั้น หรือแม้ไม่ได้รับกรรมในชาตินี้ กรรมก็จะติดตามไปส่งผลในชาติหน้า

แต่กรรมที่ทำไว้นั้นถ้าเป็นกรรมเบาอาจจะไม่ส่งผลก็ได้ หากทำให้กรรมนั้นเป็นอโหสิกรรม
นั่นคือ ในฐานะที่ชาวพุทธ เมื่อได้ประพฤติล่วงเกินผู้อื่น ก็ควรขอให้ผู้นั้นยกโทษให้ และในทำนองเดียวกันหากมีผู้มาขออโหสิกรรมจากเรา ก็ควรยกโทษให้ ไม่อาฆาต พยาบาท จองเวรกัน เมื่อปฏิบัติได้เช่นนี้ก็จะก่อให้เกิดความรักใคร่กัน และอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข

2) อานิสงส์สูง เพราะละการยึดมั่นถือมั่นในตัวตน ยกระดับก้าวสู่มรรคผลนิพพาน

อโหสิกรรมหรืออภัยทาน-สามารถทำได้จากความเมตตาที่มีอยู่เพียงพอในจิตใจ จึงมีอานิสงส์ใกล้เคียงกับธรรมทาน ที่ถือว่ามีอานิสงส์สูง เพราะเป็นการให้ปัญญา-แสงสว่างเพื่อพัฒนาจิตใจของผู้อื่นให้ก้าวหน้าไปสู่มรรค-ผล-นิพพานในที่สุดต่อไปตามวาสนาบารมีแห่งตน

ขอบคุณเครดิตจากเพจ

แนะนำอ่านเพิ่มเติม

ตัดกรรม คืออะไร ตัดได้จริงหรือไม่ คำสอนของพระพุทธเจ้าตัดกรรมได้หรือไม่

สมาธิ คืออะไร ฝึกนั่งมีวิธีใดบ้าง และ สมาธิมีกี่ประเภท

สมาธิ คืออะไร ฝึกนั่งมีวิธีใดบ้าง และ สมาธิมีกี่ประเภท

สมาธิ เป็นการรวบรวมสภาวะจิตใจให้แน่วแน่ และเป็นหนึ่งในวิธีฝึกจิตให้นำไปสู่ความสงบ ที่เรียกว่า สมถะ คือทำใจห้สงบก่อนแล้วจิตจะพัฒนาสู่การเห็นความเป็นจริงตามวิปัสนา
หลายท่านกำลังฝึกการนั่งสมาธิ และฝึกมาหลายที่ จนทำให้งง ว่าตกลงแล้วต้องเร่ิมตรงไหนทำอย่างไรก่อน  แล้วดูลมหายใจ พุทโธ จะเร่ิมอย่างไรกับสมาธิ บทความนี้มีมาฝากรับรอง ไม่หลงเพราะทำตาม ครูอาจารย์ที่ท่านได้ปฏิบัติดี
หลวงปู่ชา วัดหนองป่าพง ท่านได้ให้ไว้ คือ ทำจิตให้สงบเสียก่อน ที่เราเรียกว่า สมถะ ความสงบอยู่ที่เรา ไม่ได้อยู่ที่สถานที่ใดสถานที่หนึ่ง ควบไปกับ ลมหายใจ อานาปณสติ ไม่ต้องสนใจใด ๆ ให้รู้อย่างเดียว ไม่ต้องไปบังคับ ได้แค่ไหนก็แค่นั้น ทำไปเรื่อย ๆ จะพัฒนาขึ้นเอง
แล้วจะเห็นความอัศจรรย์จากจิตที่สงบ นัตถิ สันติ ปะรัง สุขขัง ไม่มีสุขใดเหนือกว่า ความสงบ
Update สมาธิ คือ อะไร

สมาธิ คืออะไร

สมาธิ (บาลี: Samādhi; สันสกฤต: समाधि) หมายถึงความสำรวมใจให้แน่วแน่เพื่อให้จิตใจสงบหรือเพื่อให้เกิดปัญญาเห็นแจ้ง[1]

การทำสมาธิมีปรากฏในหลายศาสนา เช่น ศาสนาพุทธ ศาสนาฮินดู และลัทธิเต๋า และยังคงรวมถึงสิ่งที่ไม่เกี่ยวกับศาสนา เช่น โยคะ

เครดิตเพจ https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4

การสำรวมภาวะของจิตใจ ให้แน่วแน่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เพื่อทำให้จิตใจมีความนิ่งเงียบสงบ และนำไปสู่การเกิดสติปัญญา มักจะเรียกควบคู่ว่า สติสัมปชัญญะ (สติคือ ความรำลึกได้ สัมปรัญญะคือความรู้ตัว) สมาธิต้องอาศัยจิตเข้ามารู้ตัวสมาธิ แปลตามบาลีแปลว่าอะไร
สมาธินั้น ตามบาลีนั้นแปลว่า ความตั้งใจมั่น การทำสมาธิในทางพุทธศาสนา เรียกว่าสมถะ
สมาธิ คืออะไร

สมาธิแบ่งออกเป็น 3 ระดับ

1. ขฌิกสมาธิ
คือ สมาธิชั่วขณะ ซึ่งบุคคลทั่วไปสามารถนำมาใช้การงานในชีวิตประจำวัน เช่นใช้อ่านหนังสือ หรือขับรถขณิกสมาธิ เหมือนเด็กที่เพิ่งหัดเดินขณิก(ชั่วขณะ) + สมาธิ(ความทรงไว้พร้อม ความตั้งมั่น)สมาธิที่เป็นไปชั่วขณะ หมายถึง เอกัคคตาเจตสิกที่เกิดกับจิต ที่เป็นไปตามปกติของบุคคลทั่วไป เช่น ขณะที่เห็น ได้ยิน ได้กลิ่น ลิ้มรส รู้สัมผัส ขณะที่ยืน เดิน นั่ง นอนตามปกติ ก็มีขณิกสมาธิเกิดร่วมด้วย
2. อุปจารสมาธิ
สมาธิเฉียด ๆ หรือจวนจะแน่วแน่ อุปจารสมาธิ สมาธิที่แน่วแน่มากกว่าขณิกสมาธิ แต่แน่วแน่น้อยกว่าอุปจารสมาธิ เหมือนเด็กที่เดินได้คล่องและเร่ิมจะวิ่งเป็นสมาธิที่เริ่มเป็นหนึ่ง ข้อสังเกตง่ายๆ ของผู้ปฏิบัติสมาธิ คืออารมณ์กรรมฐานเริ่มเป็นหนึ่ง เสียงหรืออารมณ์ภายนอกไม่สมารถเข้ามารบกวน ให้อารมณ์กรรมฐานถอยออกมาง่าย
3. อัปปนาสมาธิ
สมาธิที่แน่วแน่แนบสนิท เป็นการเจริญสมาธิในขั้นฌาน ถือเป็น ความสำเร็จสูงสุดของการเจริญสมาธิ อัปปนาสมาธิ อัปปนาสมาธิ สมาธิที่ไม่หวั่นไหว หมายถึงสมาธิระดับฌานสมาบัติ ปฐมฌาณขึ้นไปอัปปะนาสมาธิของปฐมฌาน เปรียบดังเด็กที่วิ่งได้อย่างคล่องแคล่วหมายถึงหมดความรู้สึกไปชั่วขณะหรือเป็นขณะๆ หรือเป็นวัน ตามกำลังสมาธิและความชำนาญ

ธรรมะ คือพุทธะ และ การทำ สมาธิ หรือ สมาธิ คืออะไร

สมาธิ นั้นต้องทำสมะ หรือ วิปัสสนา ก่อน ทำอะไรก่อนกันแน่

เป็นคำถามที่พบเจอบ่อยมากกับผู้ที่ฝึกสมาธิ  

เพราะ อาจารย์นั้นบอกอย่างนั้น อาจารย์นี้บอกอย่างนี้  คนนั้นบอกให้ทำสมถะก่อน บางคนบอกว่าทำ วิปัสนาเลย ทำให้เกิดความลังเล

ถ้าโดยพื้นฐานตามปกติ เบื้องต้นแล้ว ควรทำให้เกิดจิตที่เป็นสมถะ หรือ ให้จิตสงบนิ่ง ให้ได้ก่อน เพราะคนเรามีสติปัญญา และ วาสนา(บุญของเก่า) ไม่เท่ากัน

เพราะบางคนมีจิตที่สงบและเป็นสมาธิง่าย หรือ มีจิตที่เข้มเข้มมาตั้งแต่เดิม ลองนึก บางคนกกลัวงู แต่บางคนไม่กลัวงู บางคนจับจิ้งจกได้ แต่บางคนกลัวจิ้งจก จะเห็นได้ว่าพื้นฐานของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ดังนั้น ถ้าจะให้เร่ิมขั้นต้นได้ง่ายไม่ต้องไปคิดอะไรมากว่าอ่านแล้วไม่เข้าใจ ก็ให้กำหนดรู้ว่า ไม่เข้าใจ และทำเดินสมาธิต่อไป นั่งดูให้จิตเป็นสมถะ พอจิตนั่งแล้ว การจะเข้าไปดูวิปัสนากรรมฐาน ก็จะเห็นชัดได้ง่าย ไม่สงสัยลังเลย

การฝึกสมาธิเบื้องต้นทำอย่างไร

การฝึกสามาธิที่นิยมคือ อานาปานสติ คือ กำหนดจิตให้ตั้งมั่นใน ลมหายใจ กำหนดรู้เข้า หายใจออก กำหนดให้รู้ลมหายใจออก เมื่อลมผ่านที่ปลายจมูกเข้ามาให้กำหนดรู้ ค่อยปล่อยผ่านลงท้อง ไม่ต้องไปบังคับมันว่าลมต้องผ่าน ได้เท่าไหนก็ปล่อยลงไปถึงตรงนั้น ถ้าให้ดีค่อย ๆปล่อยถึงท้อง โดยผ่านลงมาจากหน้าอกสู่ท้อง หรือบางครั้งหลายท่านมักเรียกว่า กำหนดลมมาที่สะดือ แล้วปล่อยลมออก มาที่ปลายจมูก รับรู้อย่างนี้เรื่อยไป ไม่ต้องเร่งรีบ ได้เท่าไหนทำเท่านั้น เดี๋ยวจิตจะพัฒนาความรู้สึกไปเรื่อย ไม่ต้องไปบังคับ ปล่อยตามสบายให้ เน้นว่า รู้เท่านั้น ว่าลมเข้ามาแล้ว และลมออกมาแล้วที่ปลายจมูก

นั่งสมาธิกำหนดกายนั่งอย่างไร

ตั้งกายให้ตรง สติให้ตั้งมั่น แล้วกำหนดรู้ลม เน้นยำ เอาแค่กำหนดรู้ลม ไม่ต้องไปบังคับ เพราะจิตมนุษย์มันจะชอบท่องเที่ยว พอหลับตาก็จะเหมือนลิงกระโดดไปตามต้นไม้ต่าง ๆ จึงแนะนำว่าให้กำหนดรู้ ถ้าจิตส่งออกไปข้างนอกคิดถึง คนโน้น คนนี้ ก็ปล่อยมัน แล้วพอรู้ตัว ก็มานั่งดูลมหายใจใหม่ ทำอย่างนี้เรื่อยไป สักระยะ จิตจะเร่ิมอยู่กับที่ที่ลมหายใจ จึงเร่ิมเข้าสู่ สมาธิที่เกิดตามระดับต่าง ๆ

เครดิต จากบทความ https://dharayath.com/

ไอเดียจัดชุดสังฆทาน ได้บุญผู้รับกับผู้ให้ สุขใจอิ่มบุญ

ไอเดียจัดชุดสังฆทาน ได้บุญผู้รับกับผู้ให้ สุขใจอิ่มบุญ

ปีใหม่ที่ผ่านมาหลายท่ายไปทำบุญพร้อมครอบครัว ซึ่งนับได้ว่าเป็นสิ่งที่ดีในการเสริมสร้างครอบครัวให้มีความอบอุ่นและมีพลังแห่งความดีคุ้มครองให้ปลอดภัย การจัดสังฆทาน หรือ ชุดสังฆทาน เพื่ออนำไปวัดทำบุญเองนั้นเร่ิมนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อการจัดสิ่งของเพื่อนำไปถวายนั้นได้คำนึงถึงการใช้สิ่งของที่นำไปถวายแล้วได้นำไปใช้จริง ๆ บทความนี้มี ไอเดียจัดชุดสังฆทาน ว่าจัดแบบใดบ้าง

ไอเดียจัดชุดสังฆทาน ตามหลักปัจจัยสี่

ปัจจัยสี่ ซึ่งได้แก่

  1. อาหาร
  2. เครื่องนุ่งห่ม
  3. ยารักษาโรค
  4. ที่อยู่อาศัย

ถ้าใช้ไอเดียนี้จะมีแนะนำดังนี้

1. อาหาร และ เครื่องดื่ม
สังฆทานอาหารและสังฆทานเครื่องดื่ม หลายคนอาจไม่รู้ว่าเราสามารถนำมาถวายเป็นสังฆทานได้ จริงๆ แล้วไม่ว่าจะเป็นข้าว ผลไม้อบแห้งต่าง ๆ แยมทาขนมปัง รวมถึงอาหารกระป๋อง อาหารแห้ง ก็สามารถนำมาใส่ชุดสังฆทานถวายได้ เพราะพระสงฆ์สามารถฉันเพื่อบำรุงร่างกายเป็นกำลังในการทำงานเพื่อศาสนาต่อไป อีกทั้งเรายังสามารถถวายเครื่องดื่มต่าง ๆ ในชุดสังฆทานได้อีกด้วย

2. ยารักษาโรค
ยารักษาโรค เป็นสิ่งที่สำคัญที่ควรถวายในชุดสังฆทาน โดยเฉพาะยาสามัญประจำบ้านต่างๆ เช่น ยาแก้ปวดหัว ยาแก้ไอ ยาแก้ท้องอืดท้องเฟ้อเป็นต้น

3. เครื่องนุ่งห่ม จีวร
ในชุดสังฆทานนั้นสามารถถวายเครื่องนุ่งห่ม จีวร หรือ ผ้าอาบน้ำฝนได้ เพราะเป็นของใช้ที่จำเป็นสำหรับพระสงฆ์

4. เครื่องอุปโภค
เครื่องอุปโภค ควรเป็นสิ่งของที่จำเป็นเพื่อการดำรงชีวิตในปัจจุบัน

– ไฟฉาย ถ่านไฟฉาย เทียนเล่มเล็ก ธูป เพื่อให้พระสงฆ์ใช้เป็นแสงสว่างยามค่ำคืนและจุดเพื่อบูชา ถวายสักการะแด่พระพุทธเจ้า ซึ่งมีความหมายว่า แสงสว่างอันรุ่งโรจน์ในชีวิตที่โชติช่วงชัชวาล

– อุปกรณ์เครื่องเขียน เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับพระสงฆ์ หรือสามเณรในการศึกษาพระธรรมคำสั่งสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หรือไว้ใช้จดนัดหมายกิจนิมนต์ต่าง ๆ

ขอบคุณข้อมูลจาก https://dharayath.com/

ไอเดียจัดชุดสังฆทานอื่น ๆ ที่แนะนำตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

จัดชุดสังฆทานด้วยน้ำยาทำความสะอาดห้องน้ำ

วัดมีทั้งกุฏิ ห้องน้ำ ลานวัด  สถานที่เหล่านี้มีความจำเป็นต้องทำความสะอาดบ่อยๆ เพื่อสุขลักษณะที่ดีของพระสงฆ์และญาติโยมที่เข้ามาทำบุญ ดังนั้นน้ำยาทำความสะอาดต่างๆ เช่น น้ำยาทำความสะอาดพื้น น้ำยาขัดห้องน้ำ จึงเป็นของใช้จำเป็นอย่างหนึ่งที่จำเป็น เพราะจะช่วยให้การทำความสะอาดสถานที่เหล่านี้ง่ายขึ้น

 

ถวายสังฆทานด้วยหลอดไฟ

อุปกรณ์ให้แสงสว่างเป็นอีกหนึ่งสิ่งจำเป็น แต่อาจจะไม่ค่อยมีในชุดสังฆทานสำเร็จรูป เช่น ไฟฉาย เทียน ถ่านไฟฉาย ไม้ขีดไฟ หรือไฟแช็ค การถวายสังฆทานด้วยอุปกรณ์ให้แสงสว่าง ยังมีความเชื่อว่าจะช่วยให้ชีวิตสว่างไสวอีกด้วย

 

จัดชุดสังฆทานด้วยชุดป้องกันโควิด-19

ในยุคนี้มีโรคระบาดที่ต้องระแวดระวัง ยิ่งกับพระสงฆ์ที่ต้องออกไปบิณฑบาตร หรือมีญาติโยมมาทำบุญที่วัดมากหน้าหลายตายิ่งต้องระวังมากเป็นพิเศษ จึงแนะนำให้จัดชุดสังฆทานด้วยอุปกรณ์ป้องกันโควิด-19 เช่น หน้ากากอนามัย เจลล้างมือ สเปรย์แอลกอฮอล์ แอลกอฮอล์ชนิดน้ำแบบเติม หรือจะเป็นชุดตรวจ ATK

 

ขอบคุณเครดิตข้อมูลจากเพจ https://www.ofm.co.th/blog/offering-ideas/

 

ไอเดียจัดชุดสังฆทาน ให้กับผู้ล่วงลับเพื่อขออโหสิกรรม

1. อาหารสด เช่น ข้าวต้ม กระเพาะปลา ก๋วยจั๊บ ผัดผักรวมมังสะวิรัติ ควรมีอาหารประมาณ 3 ประเภท ควรมีอาหารแห้งด้วยประกอบไปด้วย ข้าวสาร ปลากระป๋อง หรืออาหารแห้งสำเร็จรูปอื่นๆ หรือสิ่งที่จะให้โรงครัวประกอบอาหารได้ เช่น น้ำปลา ซอส ซีอิ๊ว เพราะบางวัด ท่านมีโรงครัว หากทำสังฆทานอุทิศให้ทำอาหารที่คนตายชอบก็ได้ หากทำเพื่อตนเองสร้างบุญก็เอาสิ่งที่เราทานเราชอบ (อานิสงส์ที่จะได้รับ คือมีร่างกายบริบูรณ์ไปไหนมาไหน ไม่อดไม่อยาก)

2. ข้าวสวย (อานิสงส์ที่ได้รับเหมือนข้อหนึ่ง)

3. น้ำ สะอาด (อานิสงส์ที่ได้รับคือ มีน้ำดื่ม ไม่ขาดแคลนน้ำใช้ หากเรายังไม่ตาย)

4. รองเท้า 1 คู่ (อานิสงส์ที่จะได้รับคือ จะมีสัมผัสที่ดีขึ้น เท้าเดินเหินสะดวก ตายไปมียานพาหนะทิพย์สะดวกสบาย การให้ยานพาหนะถือว่าให้ความสุข แค่รองเท้า 1 คู่ ญาติเราที่ตายโมทนาเขาจะมีความสุขขึ้นมากๆ)

5. จีวร อังสะ สบง รัดประคต หากเราทรัพย์น้อย ให้ทำบุญผ้าเช้ดหน้า 1 ผืนก็ได้ (อานิสงส์ที่เราจะได้รับคือไม่ขาดแคลน เครื่องนุ่งห่ม แล้วก็ใส่อะไรก็สบายดูดี ผิวพรรณงดงาม ผู้ได้รับคือมีเสื้อผ้าเครื่องทรงทิพย์)

6. ยารักษาโรค (อานิสงส์ที่จะได้รับคือ โรคที่เราเป็นจะบรรเทาลง)

7. เสื่อ สาด เครื่องปูลาด อาสนะสงฆ์ (อานิสงส์ที่จะได้รับคือ ฐานะจะไม่ตกต่ำ อย่างน้อยเท่าเดิม ฐานะทรงตัว เกิดชาติหน้าสูงศักดิ์ และหนุนเรื่องการทำภาวนาจะได้ผลไว เข้าสมาธิได้ไว)

8. หนังสือ มนต์พิธีแปล (อานิสงส์ได้รับคือสติปัญญา ที่เพิ่มขึ้นทั้งทางโลกและทางธรรม ช่วยสืบต่อพระศาสนาด้วย)

9. พระ พุทธรูปปางวันเกิดเรา หรือคนที่เราจะอุทิศให้ ขนาดตั้งแต่ 7 นิ้วขึ้นไป (อานิสงส์ที่จะได้รับคือสุขภาพกายเราจะดีขึ้นทรงตัว รูปงามขึ้น มีความเด่นท่ามกลางฝูงชน มีเสน่ห์ขึ้น)

10. ร่ม (อานิสงส์ที่จะได้รับคืออยู่ไหนก็ไม่เดือดร้อน สุขสบาย มีที่พึ่งร่มเย็น ผีโมทนาแล้วได้ ร่มหรือที่พักพิง)

11.อื่น ๆ เช่น สบู่ ผงซักฟอก น้ำยาล้างห้องน้ำ ไม้ถูพื้น แปรงล้างห้องน้ำ ไม้กวาด (อานิสงส์ที่ได้รับ ผิวพรรณผู้ที่ไม่สวยจะดีขึ้นนวลเนียนสวยขึ้นโรคที่เป็นจะทุเลาลง ไม้กวาดจะทำให้เราผิวงาม)

12. เงินประมาณ 100 บาท ใส่ซองเขียนด้วยว่า ใช้ในกิจสงฆ์ส่วนรวมได้หมดทุกอย่าง (หากท่านนำไปใช้ ซื้อข้าวของมาทำภัตตาหารให้พระเณรเราก็ได้บุญสังฆทาน หากท่านนำไปสร้างโบสถ์
เราได้บุญวิหารทาน เงินส่วนนี้จึงสำคัญมาก จะหนุนให้เราได้ลาภลอย)

ขอบคุณข้อมูลจากเพจ https://dharayath.com/

 

ตรุษจีน 2567 ตรงกับวันที่เท่าไหร่ ความเชื่อและข้อห้าม สีแดงนำโชค

ตรุษจีน 2567 ตรงกับวันที่เท่าไหร่ ความเชื่อและข้อห้าม สีแดงนำโชค

ตรุษจีน เป็นเทศกาลเฉลิมฉลองปีใหม่ของชาวจีน ซึ่งนับว่าเป็นวันที่สำคัญที่สุดอีกวันหนึ่งของชาวจีน ลูกหลานจะกลับบ้านมาไหว้และขอพรจาก ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้าน ไหว้เจ้า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ศาลเจ้า และ มอบอังเปา ให้แก่ลูกหลาน ด้วยซองสีแดง และการแต่งกายมีความเชื่อเรื่องความโชคดี เฮง รวยและ ปราศจากภัยต่าง ๆ

ตรุษจีน 2567 ตรงกับวันที่เท่าไหร่

วันตรุษจีนปีนี้ ตรงกับวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2567 ซึ่งกิจกรรมในช่วงตรุษจีนจะแยกวันออกมาเป็น 3 วันดังนี้

วันจ่าย ตรงกับวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2567

วันจ่าย คือ วันก่อนวันสิ้นปีก่อนถึงตรุษจีน เป็นวันที่ชาวไทยเชื้อสายจีนจะต้องออกไปจับจ่าย ซื้อของ รวมทั้งอาหาร ผลไม้ และเครื่องเซ่นไหว้ต่างๆ

วันไหว้ ตรุษจีน ตรงกับวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2567

ตอนเช้ามืด จะเริ่มพิธีการไหว้ ป้ายเล่าเอี๊ย โดยเป็นการไหว้เทพเจ้าต่างๆ มีเครื่องประกอบการไหว้ คือ เนื้อสัตว์สามอย่าง ได้แก่ หมู เป็ด และไก่
ตอนสาย จะทำพิธีการไหว้ ป้ายแป๋บ้อ เป็นการไหว้บรรพบุรุษ พ่อแม่ หรือญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว
ตอนบ่าย จะทำพิธีการไหว้ ป้ายฮ่อเฮียตี๋ เป็นการไหว้ผีพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว

วันเที่ยวตรุษจีน หรือ วันตรุษจีน ตรงกับวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2567

วันเที่ยว ซึ่งก็คือวันตรุษจีน เป็นวันที่ทุกคนพากันออกไปท่องเที่ยวและแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่สวยงาม สีสันสดใส ไปไหว้ขอพรญาติผู้ใหญ่ และพากันออกเที่ยว ในวันนี้ผู้คนจะหยุดทำงาน พร้อมทั้งถือเคล็ดต่างๆ ตามธรรมเนียมตรุษจีน รวมถึงนิยมพาครอบครัวออกไปทำบุญตามวัดจีนดัง ๆ เช่น วัดเล่งเนยยี่ ไปไหว้พระขอพร รวมถึงคนจีนมีความเชื่อเรื่องปีชง ซึ่งปีนี้เป็นปีนักษัตร 2567 มะโรง ซึ่งเป็นปีที่มีสัญลักษณ์เป็นรูปมังกรหรืองูใหญ่ ซึ่งตามเชื่อตามศาสตร์โหราของจีนนั้นจะกล่าวถึง ปีชง ซึ่งตามปีแล้วถือว่า ปีที่มีผลกระทบมากที่สุด คือปีนักษัตร จอ จึงเหมาะอย่างยิ่งทั้งเที่ยวขอพรตามวัดต่าง ๆ และไหว้แก้ชงพร้อมกัน ในวันเที่ยว

ขอบคุณข้อมูลจากเพจ https://www.sanook.com/campus/945871/

ข้อห้ามความเชื่อ วันตรุษจีน

  • ห้ามทำความสะอาดบ้านเรือน
  • ห้ามพูดคำหยาบคาย
  • ห้ามทำของหล่นแตก แตกร้าว
  • ห้ามสระผมและตัดผม
  • ห้ามสวมเสื้อผ้าสีขาว-ดำ
  • ห้ามทวงหนี้ต่าง ๆ
  • ห้ามร้องไห้

ตรุษจีน กับ สีแดงสำคัญอย่างไร ทำไมซองอั่งเปาถึงสีแดง 

สีแดงของซองเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความโชคดี และเงินที่บรรจุภายบางครั้งจะเป็นเลขนำโชค เช่น เลข 8 อ่านในภาษาจีนจะมีความหมายถึงความรุ่งเรือง หรือความร่ำรวย

อั่งเป่า ตามภาษาจีน แปลว่า ซองสีแดง 

แต๊ะเอีย คืออะไรนำเงินใส่ถุงเงินสีแดง หรือ ซองแดง แล้วให้พร เป็นธรรมเนียมประเพณีปีใหม่ของชาวจีน

ขอบคุณข้อมูลเพจ https://th.wikipedia.org

 

แนะนำ สถานที่ไหว้ในวันเที่ยว ขอพรเพื่อเสริมมงคล พร้อมแก้ปีชง

วัดเล่งเนยยี่ เป็นอีกวัดหนึ่งที่คนจีนในประเทศไทยนิยมไหว้ขอพรและ เหมาะกับการพาลูกหลานไปเที่ยวไหว้ขอพร จากองค์เทพเจ้า ขอเสริมมงคลปีใหม่ รวมถึงยังไหว้แก้ปีชง เสริมดวงด้วย

สำหรับปีหน้าจะเป็นปีนักษัตร 2567 มะโรง ซึ่งเป็นปีที่มีสัญลักษณ์เป็นรูปมังกรหรืองูใหญ่ ซึ่งตามเชื่อตามศาสตร์โหราของจีนนั้นจะกล่าวถึง ปีชง ซึ่งตามปีแล้วถือว่า ปีที่มีผลกระทบมากที่สุด คือปีนักษัตร จอ

ผู้ที่เกิด ปีนักษัตร จอ หรือคนที่เกิดตรงกับปี พ.ศ. 2477, 2489, 2501, 2513, 2525, 2537, 2549, 256

ขอบคุณเครดิตข้อมูลจากเพจ https://dharayath.com/%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%A9%E0%B8%88%E0%B8%B5%E0%B8%99-2567/

 

 

รวมกิจกรรม ทำบุญปีใหม่ 2567 พร้อมครอบครัว เริ่มต้นปีชีวิตปัง

รวมกิจกรรม ทำบุญปีใหม่ 2567 พร้อมครอบครัว เริ่มต้นปีชีวิตปัง

ทำบุญปีใหม่ เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่นิยมพาครอบครัวไปเที่ยวและทำบุญตามสถานที่ต่าง ๆ และมีจุดมุ่งหมายในการเสริมความสิริมงคลแก่ชีวิตหลายท่านได้เตรียมกิจกรรมทำบุญกับครอบครัว ทำบุญช่วงปีใหม่นั้นมีกิจกรรมหลายอย่าง บทความนี้มีกิจกรรมดี

กิจกรรมแนะนำ ทำบุญปีใหม่

ทำบุญปีใหม่ สวดมนต์ข้ามปี

นับว่าเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่นิยมเป็นอย่างมากในช่วงหลายปีหลังที่ผ่านมา เพราะนับว่าสร้างบุญอานิสงส์ในการเสริมดวงชะตาชีวิตให้มีความสิริมงคล เร่ิมปีมะโรง หรือ ปีมังกรทอง วัดดัง ๆ ส่วนใหญ่แล้วจะจัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี

ทำบุญถวายผ้าไตรจีวร และสังฆทาน

การถวายผ้าไตรจีวรเป็นการทำบุญปีใหม่ที่นับได้ว่าเร่ิมต้นปีที่ได้อานิสงส์มาก และอุทิศส่วนกุศลให้กับเจ้ากรรมนายเวร ผู้ที่ทำบุญด้วยการถวาย ผ้าไตร แด่พระสงฆ์ จะได้รับอานิสงส์ที่ยิ่งใหญ่ จะเป็นผู้ที่พร้อมด้วยเสื้อผ้า อาภรณ์ และเครื่องประดับ มีแต่ผู้คนให้ความเคารพยกย่อง มีเกียรติ เป็นที่ยอมรับของคนทุกหมู่เหล่า หากเมื่อใดก็ตามจะต้องพบกับความมีอุปสรรค อุปสรรคนั้นจะผ่านพ้นไปด้วยดี ภัยอันตรายอื่นๆ อย่างสัตว์มีพิษและของมีคมต่างๆ ก็ทำร้ายไม่ได้

 

ทำบุญตักบาตรขึ้นปีใหม่ 

อีกหนึ่งประเพณีโบราณที่ต่อจากสวดมนต์ข้ามปีแล้ว ก็ต้องมีการทำบุญ ตักบาตร ในช่วงเช้าของวันที่ 1 มกราคมของทุกปีด้วยเช่นกัน เพื่อเป็นการทำบุญต่ออายุให้ตนเองและครอบครัวมีอายุยืนยาว และช่วยในเรื่องของความมั่งคั่ง มั่นคงในการเงินตลอดปี รวมทั้งเป็นการอุทิศส่วนกุศลแก่คนในครอบครัวผู้ล่วงลับไปแล้วอีกด้วย โดยเป็นการนำข้าวสารอาหารแห้ง หรือเป็นอาหารสดก็ได้ นำไปถวายพระสงฆ์ที่วัดใกล้บ้าน หรือใครที่ไม่สะดวกไปวัด แต่มีพระสงฆ์ออกมาเดินบิณฑบาตก็สามารถทำบุญตักบาตรได้เช่นกัน

เครดิตเพจ https://wattanaluckyware.co.th/blog/plastic-offering-bucket/merit-making-ceremony-new-year-day/

 

ผู้เข้าปีชงปีมะโรง ทำบุญแก้ชง สำหรับปีจอ

สำหรับปีหน้าจะเป็นปีนักษัตร 2567 มะโรง ซึ่งเป็นปีที่มีสัญลักษณ์เป็นรูปมังกรหรืองูใหญ่ ซึ่งตามเชื่อตามศาสตร์โหราของจีนนั้นจะกล่าวถึง ปีชง ซึ่งตามปีแล้วถือว่า ปีที่มีผลกระทบมากที่สุด คือปีนักษัตร จอ 

ขอพรผู้หลักผู้ใหญ่ ด้วยพวงมาลัย

กราบเคารพผู้หลักผู้ใหญ่ประจำบ้านเข้ากราบขอพรกลับผู้หลักผู้ใหญ่ที่บ้านนับว่าเป็นอีกพรที่ดีและช่วยให้ครอบครัวมีความกลมเกลียว การได้รับพรจาก ปู่ ย่า ตา ยาย พ่อและแม่ นับว่าเป็นพรอันประเสริญที่พระพุทธเจ้าสรรเสริญ เพราะเป็นการแสดงกตัญญู เป็นที่รักไคร่ของเทวดา เมื่อเกิดภัยจะพ้นภัยอันตรายได้

 

ปล่อยปลา

เป็นการทำบุญทำทาน ที่ทำให้ศีลข้อที่1 เต็ม การไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ส่งผลให้ชีวิตมีสุขภาพแข็งแรง มีจิตใจที่แจ่มใส่ ไม่มีโรคภัยเบียดเบียน การทำงานราบรื่น เมื่อมีอุปสรรคก็จะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี

 

ข้อมูลดี ๆ จากเพจ https://dharayath.com/%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%8D%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88-%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1/

สวดมนต์ข้ามปี 2566 สู่ปี 2567 พร้อมพิกัดวัดดัง เสริมมงคลแก่ชีวิต รับปีมะโรง

สวดมนต์ข้ามปี 2566 สู่ปี 2567 พร้อมพิกัดวัดดัง เสริมมงคลแก่ชีวิต รับปีมะโรง

สวดมนต์ข้ามปี นั้นเป็นที่นิยมกับชาวพุทธเป็นอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพราะจะทำให้รู้สึกจิตใจมีความเบิกบานเหมือนได้รับพลังที่สะอาดสู่จิตใจที่มี ศีล สมาธิ และปัญญา ที่ได้รับจากการสวดมนต์ ซึ่งเป็นการสร้างอานิสงส์และขวัญกำลังใจที่ดี ต่อการก้าวข้ามสู่ปีใหม่ 2567

บท สวดมนต์ข้ามปี ที่นิยมมีดังนี้

บทสวดมนต์ข้ามปี มีดังนี้

บทที่ 1 คำกล่าวบูชาพระรัตนตรัย

อิมินา สักกาเรนะ พุทธัง อะภิปูชะยามิ
อิมินา สักกาเรนะ ธัมมัง อะภิปูชะยามิ
อิมินา สักกาเรนะ สังฆัง อะภิปูชะยามิ

บทที่ 2 บทกราบพระรัตนตรัย

อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ (กราบ)
สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม ธัมมัง นะมัสสามิ (กราบ)
สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สังฆัง นะมามิ (กราบ)

บทที่ 3 นมัสการพระพุทธเจ้า

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ (3จบ)

บทที่ 4 สมาทานศีล 5

ปาณาติปาตา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
อะทินนาทานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
กาเมสุมิจฉาจารา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
มุสาวาทา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
สุราเมระยะมัชชะปะมาทัฏฐานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ

บทที่ 5 บทสรรเสริญคุณพระรัตนตรัย 

บทพระพุทธคุณ
อิติปิโส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ
วิชา จะระณะ สัมปันโน สุคะโต โลกะวิทู
อนุตตะโร ปุริสะธัมมะสาระถิ สัตถา
เทวมนุสสานัง พุทโธภะคะวาติ

บทพระธรรมคุณ
สวากขาโต ภะคะวะตาธัมโม
สันทิฏฐิโก อะกาลิโก เอหิปัสสิโก
โอปะนะยิโก ปัจจัตตังเวทิตัพโพ วิญญูหิติ

บทพระสังฆคุณ
สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สามีจิปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
ยะทิทังจัตตาริ ปุริสะยุคานิ อัฏฐะปุริสะปุคคะลา เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
อาหุเนยโย ปาหุเนยโย ทักขิเนยโย อัญชะลีกะระณีโย อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสาติ

บทที่ 6 บทมงคลสูตร(ป้องกันอันตราย เพิ่มสิริมงคลรับปีใหม่)

เอวัมเม สุตัง ฯ
เอกัง สะมะยัง ภะคะวา สาวัตถิยัง วิหะระติ เชตะวะเน
อะนาถะปิณฑิกัสสะ อาราเม อะถะโข อัญญะตะรา เทวะตา
อะภิกกันตายะ รัตติยา อภิกกันตะวัณณา
เกวะละกัปปัง เชตะวะนัง โอภาเสตะวา
เยนะ ภะคะวา เตนุปะสังกะมิ
อุปะสังกะมิตะวา ภะคะวันตัง อภิวาเทตะวา
เอกะมันตัง อัฏฐาสิ เอกะมันตัง ฐิตา โข สา เทวะตา
ภะคะวันตัง คาถายะ อัชฌะภาสิ
พะหู เทวา มะนุสสา จะ มัคะลานิ อะจินตะยุง
อากังขะมานา โสตถานัง พรูหิ มังคะละมุตตะมัง
อะเสวะนา จะ พาลานัง ปัณฑิตานัญจะ เสวะนา
ปูชา จะ ปูชะนียานัง เอตัมมังคะละมุตตะมังฯ
ปะฏิรูปะเทสะวาโส จะ ปุพเพ จะ กะตะปุญญะตา
อัตตะสัมมาปะณิธิ จะ เอตัมมังคะละมุตตะมังฯ
พาหุสัจจัญจะ สิปปัญจะ วินะโย จะ สุสิกขิโต
สุภาสิตา จะ ยา วาจา เอตัมมังคะละมุตตะมังฯ
มาตาปิตุอุปัฏฐานัง ปุตตะทารัสสะ สังคะโห
อะนากุลา จะ กัมมันตา เอตัมมังคะละมุตตะมังฯ
ทานัญจะ ธัมมะจะริยา จะ ญาตะกานัญจะ สังคะโห
อะนะวัชชานิ กัมมานิ เอตัมมังคะละมุตตะมังฯ
อาระตี วิระตี ปาปา มัชชะปานา จะ สัญญะโม
อัปปะมาโท จะ ธัมเมสุ เอตัมมังคะละมุตตะมังฯ
คาระโว จะ นิวาโต จะ สันตุฏฐี จะ กะตัญญุตา
กาเลนะ ธัมมัสสะวะนัง เอตัมมังคะละมุตตะมังฯ
ขันตี จะ โสวะจัสสะตา สะมะณานัญจะ ทัสสะนัง
กาเลนะ ธัมมะสากัจฉา เอตัมมังคะละมุตตะมังฯ
ตะโป จะ พรัหมะจะริยัญจะ อะริยะสัจจานะ ทัสสะนัง

นิพพานะสัจฉิกิริยา จะ เอตัมมังคะละมุตตะมังฯ
ผุฏฐัสสะ โลกะธัมเมหิ จิตตัง ยัสสะ นะ กัมปะติ
อะโสกัง วิระชัง เขมัง เอตัมมังคะละมุตตะมังฯ
เอตาทิสานิ กัตวานะ สัพพัตถะมะปะราชิตา
สัพพัตถะ โสตถิง คัจฉันติ ตันเตสัง มังคะละมุตตะมันติฯ

บทที่ 7 บทโพชฌังคปริตร (หายจากโรคภัย สุขภาพดีรับปีใหม่)

โพชฌังโค สะติสังขาโต ธัมมานัง วิจะโย ตะถา
วิริยัมปีติปัสสัทธิ โพชฌังคา จะ ตะถาปะเร
สะมาธุเปกขะโพชฌังคา สัตเต เต สัพพะทัสสินา
มุนินา สัมมะทักขาตา ภาวิตกา พะหุลีกะตา
สังวัตตันติ อะภิญญายะ นิพพานายะ จะ โพธิยา
เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ โสตถิ เต สัพพะทาฯ
เอกัสะมิง สะมะเย นาโถ โมคคัลลานัญจะ กัสสะปัง
คิลาเน ทุกขิเต ทิสะวา โพชฌังเค สัตตะ เทสะยิ
เต จะ ตัง อะภินันทิตะวา โรคา มุจจิงสุ ตังขะเณ
เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ โสตถิ เต โหตุ สัพพะทาฯ
เอะทา ธัมมะราชาปิ เคลัญเญนาภิปีฬิโต
จุนทัตเถเรนะ ตัญเญนะ ภะนาเปตะวานะ สาทะรัง
สัมโมทิตะวา จะ อาพาธา ตัมหา วุฏฐาสิ ฐานะโส
เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ โสตถิ เต โหนตุ สัพพะทาฯ
ปะหีนา เต จะ อาพาธา ติณณันนัมปิ มะเหสินัง
มัคคาหะตะกิเลสาวะ ปัตตานุปปัตติธัมมะตัง
เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ โสตถิ เต โหตุ สัพพะทาฯ

บทที่ 8 บทพุทธชัยมงคลคาถา (ชนะอุปสรรคทั้งปวง พบความสำเร็จในปีใหม่)

พาหุง สะหัสสะมะภินิมมิตะสาวุธันตัง ครีเมขะลัง อุทิตะโฆระสะเสนะมารัง
ทานาทิธัมมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ
มาราติเรกะมะภิยุชฌิตะสัพพะรัตติง โฆรัมปะนาฬะวะกะมักขะมะถัทธะยักขัง
ขันตีสุทันตะวิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ
นาฬาคิริง คะชะวะรัง อะติมัตตะภูตัง ทาวัคคิจักกะมะสะนีวะ สุทารุณันตัง
เมตตัมพุเสกะวิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ
อุกขิตตะขัคคะมะติหัตถะสุทารุณันตัง ธาวันติโยชะนะปะถังคุลิมาละวันตัง
อิทธีภิสังขะตะมะโน ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ
กัตตะวานะ กัฏฐะมุทะรัง อิวะ คัพภินียา จิญจายะ ทุฏฐะวะจะนัง ชะนะกายะมัชเฌ
สันเตนะ โสมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ
สัจจัง วิหายะ มะติสัจจะกะวาทะเกตุง วาทาภิโรปิตะมะนัง อะติอันธะภูตัง
ปัญญาปะทีปะชะลิโต ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ
นันโทปะนันทะภุชะคัง วิพุธัง มะหิทธิง ปุตเตนะ เถระภุชะเคนะ ทะมาปะยันโต
อิทธูปะเทสะวิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ
ทุคคาหะทิฏฐิภุชะเคนะ สุทัฏฐะหัตถัง พรัหมังวิสุทธิชุติมิทธิพะกาภิธานัง
ญาณาคะเทนะ วิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ
เอตาปิ พุทธะชะยะมังคะละอัฏฐะคาถา โย วาจะโน ทินะทิเน สะระเต มะตันที
หิตวานะเนกะวิวิธานิ จุปัททะวานิ โมกขัง สุขัง อะธิคะเมยยะ นะโร สะปัญโญฯ

บทที่ 9 บทแผ่เมตตา

แผ่เมตตาให้แก่ตัวเราเอง
อะหัง สุขิโต โหมิ (ขอให้ข้าพเจ้ามีความสุข)
อะหัง นิททุกโข โหมิ (ขอให้ข้าพเจ้าปราศจากความทุกข์)
อะหัง อะเวโร โหมิ (ขอให้ข้าพเจ้าปราศจากเวร)
อะหัง อัพยาปัชโฌ โหมิ (ขอให้ข้าพเจ้าปราศจากอุปสรรคอันตรายทั้งปวง)
สุขี อัตตานัง ปะริหะรามิ (ขอให้ข้าพเจ้าจงมีความสุขกายสุขใจ รักษากายวาจาใจให้พันจากความทุกข์ภัยทั้งปวงเถิด)

บทแผ่เมตตาทั่วไป
สัพเพ สัตตา สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิดแก่เจ็บตายด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น
อะเวราโหนตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย
อัพยาปัชฌาโหนตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย
อะนีฆาโหนตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีความทุกข์กายทุกข์ใจเลย
สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ จงมีแต่ความสุขกายสุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้น เถิดฯ

กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศล
อิทัง เม มาตาปิตูนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ มาตา ปิตะโร
ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จ แก่มารดาบิดาของข้าพเจ้า ขอให้มารดาบิดาของข้าพเจ้า จงมีความสุข

อิทัง เม ญาตีนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ ญาตะโย
ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จ แก่ญาติทั้งหลายของข้าพเจ้า ขอให้ญาติทั้งหลายของข้าพเจ้า จงมีความสุข

อิทัง เม คุรูปัชฌายาจะริยานังโหตุ สุขิตา โหนตุ คุรูปัชฌายาจะริยา
ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จ แก่ครูอุปัชฌาย์อาจารย์ของข้าพเจ้า ขอให้ครูอุปัชฌาย์อาจารย์ของข้าพเจ้า จงมีความสุข

อิทัง สัพพะ เทวะตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ เทวา
ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่เทวดาทั้งหลายทั้งปวง ขอให้เทวดาทั้งหลายทั้งปวง จงมีความสุข

อิทัง สัพพะ เปตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ เปตา
ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จ แก่เปรตทั้งหลายทั้งปวง ขอให้เปรตทั้งหลายทั้งปวง จงมีความสุข

อิทัง สัพพะ เวรีนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ เวรี
ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จ แก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายทั้งปวง ขอให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายทั้งปวง จงมีความสุข

อิทัง สัพพะ สัตตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ สัตตา
ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จ แก่สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง ขอให้สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง จงมีความสุข

 

สวดมนต์ข้ามปี พิกัดในพื้นที่กรุงเทพ

วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ราชวรมหาวิหาร

วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ราชวรมหาวิหาร (สนามหลวง) ขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนร่วมกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี เสริมบุญบารมีส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับศักราชใหม่ 2567 หรือร่วมสวดมนต์ผ่านระบบออนไลน์ โดยผู้ร่วมสวดมนต์ข้ามปีที่วัดมหาธาตุฯ สามารถรับพระสมเด็จอรหังเป็นที่ระลึกบูชา (สงวนสิทธิ์สำหรับผู้มาลงทะเบียนเท่านั้น)

พร้อมกันนี้ยังสามารถร่วมงานสมโภชพระอารามหลวง 338 ปี วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ได้ตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2566-2 มกราคม 2567 เวลา 08.30-22.00 น.

สำหรับการสวดมนต์ข้ามปี เริ่มในวันที่ 31 ธันวาคม 2566 ตั้งแต่เวลา 19.00 น.เป็นต้นไป โดยรับชมการถ่ายทอดสดได้ผ่านทาง Facebook Live : งานสมโภชพระอารามหลวง ๓๓๘ ปี วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ มาสั่งสมเสบียงบุญ เกื้อหนุนพระศาสนา โดยการร่วมบูรณปฏิสังขรณ์ ปรับภูมิทัศน์วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ให้งามสง่าสืบไป

  • จอดรถที่ลานจอดรถสนามหลวง มีรถรับส่งฟรี

วัดอรุณราชวราราม

วัดอรุณราชวราราม เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร ขอเชิญพุทธศาสนิกชนร่วมพิธีสวดมนต์ข้ามปี เสริมสิริมงคลทั่วไทย ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับศักราชใหม่ 2567 ในวันที่ 31 ธันวาคม 2566 เวลา 21.00 น.เป็นต้นไป

พร้อมทำบุญตักบาตรพระภิกษุ สามเณร 121 รูป รอบพระพุทธปรางค์ ในวันที่ 1 มกราคม 2567 เวลา 07.30 น. เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์)

สำหรับวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือวัดโพธิ์ จัดพิธีสวดมนต์ข้ามปี เสริมสิริมงคล ต้อนรับปีใหม่ 2567 วันที่ 31 ธันวาคม 2566 ตั้งแต่เวลา 18.00 น.เป็นต้นไป โดยสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊กวัดโพธิ์ ท่าเตียน Wat Pho

วัดสระเกศ

วัดสระเกศ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ขอเชิญร่วมกิจกรรม พิธีเจริญพระพุทธมนต์นพเคราะห์ เสริมสิริมงคลแก่ชีวิต ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2567 วันที่ 31 ธันวาคม 2566 ผู้มาร่วมงานสามารถรับน้ำพระพุทธมนต์ ผ้ายันต์แดงห่มองค์พระเจดีย์ และปฏิทินปีใหม่ โดยมีกำหนดการ ดังนี้

  • 19.30 น. พิธีเจริญพระพุทธมนต์ “ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร” พระสงฆ์ 19 รูป
  • 21.00 น. ทำวัตรค่ำ ณ พระอุโบสถ
  • 21.30 น. พิธีเจริญพระพุทธมนต์นพเคราะห์นั่งอธิษฐานจิต โดยพระมหาเถระวัดสระเกศ
  • 23.00 น. กล่าวสัมโมทนียกถา ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ โดยพระเดชพระคุณพระธรรมโพธิมงคล เจ้าอาวาสวัดสระเกศ เจ้าคณะภาค 2
  • 23.30 น. การเจริญจิตภาวนา แผ่เมตตา
  • 00.00 น. พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา 9 จบ ลั่นฆ้องระฆังมงคลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ พระเดชพระคุณพระธรรมโพธิมงคล ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ พระสงฆ์อนุโมทนาคาถา (ให้พร)

วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม

วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม เขตดุสิต ขอเชิญร่วมสวดมนต์ข้ามปี “วิถีใหม่ วิถีไทย วิถีธรรม พุทธศักราช 2567” วันที่ 31 ธันวาคม 2566 ตั้งแต่เวลา 18.00 น.เป็นต้นไป โดยมีกำหนดการ ดังนี้

วันที่ 31 ธันวาคม 2566

  • เวลา 18.00 น. พุทธศาสนิกชนเข้าร่วมกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี
  • เวลา 18.30 น. คณะสงฆ์วัดเบญจมบพิตรฯ พุทธศาสนิกชน สวดมนต์-ทำวัตรเย็น
  • เวลา 20.30 น. พิธีบูชานพเคราะห์ เสริมดวงชะตา และพิธีสืบชะตาเสริมบารมี ทำความดีรับปีใหม่
  • เวลา 23.30 น. คณะสงฆ์วัดเบญจมบพิตรฯ เจริญพระพุทธมนต์
  • เวลา 23.59 น. คณะสงฆ์วัดเบญจมบพิตรฯ เจริญชยมงคลคาถา, ประพรมน้ำพระพุทธมนต์, ตีกลอง ลั่นฆ้องชัย รับศักราชใหม่ 2567, พระเดชพระคุณพระธรรมวชิราธิบดี เจ้าอาวาสกล่าวโอวาทธรรมศักราชใหม่

วันที่ 1 มกราคม 2567

  • เวลา 06.00 น. คณะสงฆ์และสาธุชน พร้อมกัน ณ พระอุโบสถ สวดมนต์ ทำวัตรเช้า รับอรุณศักราชใหม่ 567 และสาธุชนร่วมกันทำบุญตักบาตรต้อนรับศักราชใหม่

วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร

วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร เขตพระนคร ขอเชิญชวนสวดมนต์ข้ามปี เสริมศิริมงคล ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ในวันที่ 31 ธันวาคม 2566 เริ่มตั้งแต่เวลา 20.30 น. เป็นต้นไป และรับประพรมน้ำพุทธมนต์ เวลา 00.00 น.

วัดหัวลำโพง

วัดหัวลำโพง เขตบางรัก วัดดังใจกลางกรุงที่โดดเด่นเรื่องการทำบุญโลงศพ ปีนี้ได้จัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี ขอเชิญพุทธศาสนิกชน ส่งท้ายปีเก่าวิถีไทย ต้อนรับปีใหม่วิถีพุทธ ในวันที่ 31 ธันวาคม 2566 ตั้งแต่เวลา 22.00 น.เป็นต้นไป

วัดเสมียนนารี

วัดเสมียนนารี เขตจตุจักร ขอเชิญร่วมสวดมนต์ข้ามปี สิ่งดี ๆ จะเกิดขึ้น ตลอดปี 2567 ในวันที่ 31 ธันวาคม 2566 โดยมีกำหนดการ ดังนี้

วันที่ 31 ธันวาคม 2566

  • 21.00 น. พุทธศาสนิกชนเข้าร่วมสวดมนต์ข้ามปี
  • 21.30 น. พระเดชพระคุณ พระเทพวรสิทธาจารย์ เจ้าอาวาสวัดเสมียนนารี พร้อมด้วยคณะสงฆ์ ประจำยังอาสน์สงฆ์รับรอง
  • จุดเทียนบูชาพระพุทธรัตนมุนีศรีศากยวงศ์, จุดเทียนบูชาเทพนักษัตร เสริมดวงชะตา เสริมบารมี, คณะสงฆ์นำพุทธศาสนิกชน เจริญพระพุทธมนต์ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร
  • 23.59 น. คณะสงฆ์เจริญชยมงคลคาถา ตีกลอง ลั่นฆ้องชัย ลั่นระฆังรับศักราชใหม่ 2567, ถวายสังฆทานรับขวัญปีใหม่, พระเดชพระคุณ พระเทพวรสิทธาจารย์ กล่าวโอวาทธรรมคำพร, กรวดน้ำ รับพร ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ เป็นอันเสร็จสิ้นพิธี

วันที่ 1 มกราคม 2567

  • 07.00 น. พุทธศาสนิกชน พร้อมกัน รอบพระอุโบสถ ร่วมกันทำบุญตักบาตรต้อนรับวันแรกของปีใหม่
  • 08.00 น. พระเดชพระคุณ พระเทพวรสิทธาจารย์ นำคณะสงฆ์รับบาตร

สวนโมกข์กรุงเทพ หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ (สวนโมกข์กรุงเทพ) ชวนร่วมเทศกาลเจริญสติ สวดมนต์ภาวนาข้ามปี พุทธศักราช 2566 “ปีใหม่ชีวิตใหม่ ปีแห่งการรู้ตัว ดูใจ” วันที่ 31 ธันวาคม 2566-1 มกราคม 2567

ทั้งนี้ ในโอกาสส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่นี้ สวนโมกข์กรุงเทพ ได้จัดงานตลอดเดือนธันวาคม ทั้งกิจกรรมทำบุญเพื่อเจริญในทานและภาวนา ทั้งศีล สมาธิ ปัญญา และกิจกรรมมากมาย ตั้งแต่วันที่ 21 ธันวาคม 2566-1 มกราคม 2567

ขอบคุณจากเพจ https://www.prachachat.net/d-life/news-1467337

อานิสงส์ที่ได้รับจาก สวดมนต์ข้ามปี

ทำให้มีสุขภาพดี การสวดมนต์ด้วยการออกเสียง ช่วยให้ปอดได้ทำงาน เลือดลมเดินสะดวก ร่างกายก็สดชื่นกระปรี้กระเปร่า

๒. คลายความเครียด ในขณะสวดมนต์จิตจะจดจ่อกับบทสวด สมองจะปลอดโปร่ง ไม่คิดในเรื่องที่ทำให้เครียด จึงทำให้อารมณ์ผ่อนคลาย

๓. เกิดศรัทธาเลื่อมใสในพระรัตนตรัย บทสวดมนต์แต่ละบทเป็นการระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย เมื่อสวดมนต์ไปก็เท่ากับว่าได้เพิ่มพูนศรัทธาความเชื่อเลื่อมใสในพระรัตนตรัยให้มั่นคงยิ่งขึ้น

๔. ขันติบารมีย่อมเพิ่มพูน ขณะที่สวดมนต์ต้องใช้ความอดทนอย่างสูงเพื่อเอาชนะความปวดเมื่อยที่เกิดขึ้นกับร่างกาย รวมทั้งอารมณ์ฝ่ายต่ำที่จะเข้ามากระทบจิตใจทำให้เกิดความเกียจคร้าน ดังนั้น ยิ่งสวดบ่อยๆ ความอดทนก็จะเพิ่มมากยิ่งขึ้น

๕. จิตสงบตั้งมั่นเป็นสมาธิ ขณะที่สวดมนต์จิตจะจดจ่ออยู่กับบทสวดไม่วอกแวกวุ่นวายไปในที่อื่น จึงมีความสงบเกิดสมาธิมั่นคง สะอาดบริสุทธิ์ผ่องใส งดงาม แม้เพียงระยะเวลาน้อยนิด ก็เป็นบุญกุศลประมาณค่าไม่ได้

เครดิตข้อมูลจากเพจ https://www.vstarproject.com/vstarproject/page/news.php?nId_blog=577

ขอบคุณข้อมูลดีๆ จากเพจ www.dharayath.com

ปี 2567 ปีนักษัตรอะไร ทำบุญ ไหว้พระ เสริมดวง รับปีใหม่นี้

ปี 2567 ปีนักษัตรอะไร ทำบุญ ไหว้พระ เสริมดวง รับปีใหม่นี้

ปีใหม่นี้กำลังจะมาถึงหลายท่านเริ่มเตรียมตัวออกเที่ยวช่วงปลายปีตามสถานที่ต่าง ๆ  การทำบุญและไหว้พระตามวัดต่าง ๆ ถือว่าเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่นิยมในคนไทย ที่จะพาครอบครัวไปร่วมทำบุญ และด้วยความเชื่อเรื่องปีชง และ ปีนักษัตร  ของแต่ละปีไม่เหมือนกัน โดยความเชื่อเหล่านี้ ทำให้บางท่านเริ่มหาพิกัดและสถานที่ต่าง ๆ เพื่อทำบุญตามความเชื่อ มุ่งเน้นให้การดำเนินชีวิตที่ดี

ปี 2567 ปีนักษัตรอะไร

สำหรับปีหน้าจะเป็นปีนักษัตร 2567 มะโรง ซึ่งเป็นปีที่มีสัญลักษณ์เป็นรูปมังกรหรืองูใหญ่ ซึ่งตามเชื่อตามศาสตร์โหราของจีนนั้นจะกล่าวถึง ปีชง ซึ่งตามปีแล้วถือว่า ปีที่มีผลกระทบมากที่สุด คือปีนักษัตร จอ

ผู้ที่เกิด ปีนักษัตร จอ หรือคนที่เกิดตรงกับปี พ.ศ. 2477, 2489, 2501, 2513, 2525, 2537, 2549, 2561

ปีนักษัตร คือ

คือ ปีนักษัตร หรือ นักขัต เป็นปีตามปฏิทินสุริยคติไทยและชาติอื่นในเอเชียตะวันออก เช่น จีน เวียดนาม และญี่ปุ่น แบ่งเป็นรอบปี รอบละ 12 ปี แต่ละปีกำหนดสัตว์เรียกเป็นชื่อเรียงกันไปดังนี้

ปีนักษัตร 2567

ปีนักษัตร 

แบ่งเป็นรอบปี รอบละ 12 ปี แต่ละปีกำหนดสัตว์เรียกเป็นชื่อเรียงกันไปดังนี้

ปีชวด-ปีหนู
คนที่เกิดปี 2455, 2467, 2479, 2491, 2503, 2515, 2527, 2539, 2551, 2563, 2575

ปีฉลู-ปีวัว
คนที่เกิดปี 2456, 2468, 2480, 2492, 2504, 2516, 2528, 2540, 2552, 2564, 2576

ปีขาล-ปีเสือ
คนที่เกิดปี 2457, 2469, 2481, 2493, 2505, 2517, 2529, 2541, 2553, 2565, 2577

ปีเถาะ-ปีกระต่าย
คนที่เกิดปี 2458, 2470, 2482, 2494, 2506, 2518, 2530, 2542, 2554, 2566, 2578

ปีมะโรง-ปีงูใหญ่
คนที่เกิดปี 2459, 2471, 2483, 2495, 2507, 2519, 2531, 2543, 2555 , 2567, 2579

ปีมะเส็ง-ปีงูเล็ก
คนที่เกิดปี 2460, 2472, 2484, 2496, 2508, 2520, 2532, 2544, 2556, 2568, 2580

ปีมะเมีย-ปีม้า
คนที่เกิดปี 2461, 2473, 2485, 2497, 2509, 2521, 2533, 2545, 2557, 2569, 2581

ปีมะแม-แพะ
คนที่เกิดปี 2462, 2474, 2486, 2498, 2510, 2522, 2534, 2546, 2558, 2570, 2582

ปีวอก-ปีลิง
คนที่เกิดปี 2463, 2475, 2487, 2499, 2511, 2523, 2535, 2547, 2559, 2571, 2583

ปีระกา-ปีไก่
คนที่เกิดปี 2464, 2476, 2488, 2500, 2512, 2524, 2536, 2548, 2560, 2572, 2584

ปีจอ-ปีหมา
คนที่เกิดปี 2465, 2477, 2489, 2501, 2513, 2525, 2537, 2549, 2561, 2573, 2585

ปีกุน-หมู
คนที่เกิดปี 2466, 2478, 2490, 2502, 2514, 2526, 2538, 2550, 2562, 2574, 2586

https://www.thairath.co.th/horoscope/constellation/2216186

 

ตำนาน ปีนักษัตรจีน

ตำนานเรื่องเล่าในสมัยปีใหม่แรกของจีน วันชิวอิก หรือวันที่ 1 เดือนอ้ายของจีน สัตว์ทั้งหลายต่างมาชุมนุมหน้าวังหลวงของฮ่องเต้สวรรค์

ฮ่องเต้ประกาศให้สัตว์ 12 ชนิด ที่มาถึงก่อนวัน วันชิวยี่ หรือวันที่ 2 เดือนอ้าย ดังนั้นสัตว์ 12 ชนิด ได้รับแต่งตั้งเป็นองครักษ์ ใน 1 วัน สัตว์ 1 ชนิดอยู่ยาม 2 ชั่วโมง

สัตว์ 12 ชนิดอยู่ยาม 24 ชั่วโมง รวมเป็น 12 ยามเฝ้าวังหลวง

โดยมีหลักฐานทางโบราณคดีพบว่าตั้งแต่ก่อนยุคราชวงศ์ฉิน (221 ปีก่อน ค.ศ. – 207 ปีก่อน ค.ศ) ก็มีปรากฏรูปปีนักษัตรแล้ว โดยใช้สัตว์ประเภทต่างๆ เป็นตัวแทนหรือสัญลักษณ์

 

 

ปีชง หมายถึง การปะทะ เป็นความเชื่อทางโหราศาสตร์ของจีน มีความเกี่ยวข้องกับองค์เทพไท้ส่วยเอี๊ยหรือภาษาไทย คือ “เทพเจ้าคุ้มครองดวงชะตา” ซึ่งมีพลังที่เป็นอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตของมนุษย์ โดยคำว่าปีชงที่บอกว่าเป็นการปะทะนั้น หมายถึงคู่ปีเกิดไม่ถูกกัน ทำให้คนที่เป็นปีชงใน พ.ศ.2567 โชคร้าย ซึ่งปีชงจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เช่น สุขภาพจิต สุขภาพกาย การงาน การเงิน ปัญหาครอบครัว ปัญหาชีวิตคู่ หรือปัญหาอะไรก็ตามที่เป็นเรื่อง ร้ายๆ ดังนั้น การรู้ว่าปีชงใน พ.ศ.2567 มีปีไหนบ้าง ปีไหนชงตรง ปีไหนชงร่วม เลยจะทำให้คุณสามารถเบาใจไปได้บ้างเมื่อได้ทำบุญไหว้พระ เสริมดวง แก้ปีชง

สถานที่แนะนำ ไหว้พระ ทำบุญ เสริมดวง แก้ปีชง และ ต้อนรับปีใหม่ 2567

  • วัดอินทาราม อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม” สถานที่ประดิษฐาน “ท้าวเวสสุวรรณ เนื้อปูนปั้นบนเกตุบรรจุผงเนื้อสมเด็จวัดระฆัง”  ปลายลุ่มน้ำแม่กลองพื้นที่จังหวัดสมุทรสงครามถูกเรียกขานขนานนามกันว่าเป็นดินแดงแห่งยักษ์ใหญ่องค์ท้าวเวสสุวรรณ ที่มีความศักดิ์สิทธิ์เข้มขลังอิทธิปาฏิหาริย์เลื่องลือแผ่อิทธิพลไปไกล เหมาะทำบุญขอพร ขจัดสิ่งชั่วร้าย ปกป้องคุ้มครอง และ เสริมดวงชะตา ให้มีความเข้มเเข็ง ต่อปีชง

 

เครดิตข้อมูลจาก https://www.thairath.co.th/lifestyle/culture/2423600

 

สถานที่นิยมแก้ปีชง ปีชงแก้อย่างไรเพื่อเสริมดวงชะตา

 

แนะนำให้ไปวัดทำบุญเติมน้ำมันตะเกียง ถวายเทียน บริจาคน้ำดื่ม ทำบุญเกี่ยวกับน้ำ พร้อมไถ่ชีวิตโคกระบือ ทำบุญโลงศพ ไถ่ชีวิตสัตว์ ถวายสังฆทาน ผ้าไตร จีวร และปล่อยปลา

  1. วัดมังกรกมลาวาส หรือ วัดเล่งเน่ยยี่ อยู่ที่ 423 ถนนเจริญกรุง แขวงป้อมปราบศัตรูพ่าย เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร 10100 โทร. 02-2223975, 02-2266533
  1. วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ คณะสงฆ์จีนนิกายรังสรรค์ (หรือวัดเล่งเน่ยยี่ 2) อยู่ที่ 75 ถนนเทศบาลสาย 9 ตำบลโสนลอย อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี 11110 ติดต่อวัดมังกรกมลาวาส โทร. 02-2223975
  2. วัดทิพยวารีวิหาร หรือ วัดกัมโล่วยี่ อยู่ที่ 119 ซอยทิพยวารี ถนนตรีเพชร แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 โทร. 02-2225988
  3. วัดโพธิ์แมนคุณาราม หรือ วัดโพวมิ้งปออึงยี่ อยู่ที่ เลขที่ 323 ถนนสาธุประดิษฐ์ 19 แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร 10120 โทร. 02-2112363, 02-2117885 โทรสาร 02-2127777
  4. วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร ตั้งอยู่บริเวณปากคลองบางกอกใหญ่ฝั่งใต้ นิยมไปแก้ชงด้วยการไหว้พระทำบุญคุ้มครองดวงชะตา
  5. วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร ตั้งอยู่ย่านเยาวราช นิยมไปขอพรความรัก พร้อมเสริมดวงชะตาให้เจอแต่สิ่งดีงาม
  6. ศาลเจ้าพ่อเสือ ตั้งอยู่ย่านพระนคร นิยมไปแก้ปีชงด้วยการสะเดาะเคราะห์ ขอพรในเรื่องการงาน การเงิน และโชคลาภ
  7. วัดมังกรบุปผาราม หรือ วัดเล่งฮัวยี่ จังหวัดจันทบุรี นิยมไปแก้ปีชงด้วยการไหว้พระเสริมความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิต
  8. วิหารเทพสถิตพระกิติเฉลิมหรือศาลเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อ จังหวัดชลบุรี นิยมไปแก้ปีชงด้วยการขอพรเกี่ยวกับการงาน การค้าขาย สุขภาพ และปัดเป่าความชั่วร้าย
ปีชง 2567 มีปีนักษัตรอะไรบ้างที่ต้องชง

ปีชง 2567 มีปีนักษัตรอะไรบ้างที่ต้องชง

ในความเชื่อด้านดวงชะตา ในแต่ละปีน้ันจะมีการเปลี่ยนแปลงของชีวิตเสมอ  โดยความเชื่อทางด้านปีนักษัตรนั้นในความเชื่อจะมีผลต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์ในแต่ละปีไม่เหมือนกัน  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปีชง ที่มีความเชื่อว่าการดำเนินชีวิตจะติดขัดและมีผลด้านร้ายต่อชีวิต การงาน การเงิน

ปีชง คืออะไร

ปีชง  หมายถึง การปะทะ เป็นความเชื่อทางโหราศาสตร์ของจีน มีความเกี่ยวข้องกับองค์เทพไท้ส่วยเอี๊ยหรือภาษาไทย คือ “เทพเจ้าคุ้มครองดวงชะตา” ซึ่งมีพลังที่เป็นอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตของมนุษย์ โดยคำว่าปีชงที่บอกว่าเป็นการปะทะนั้น หมายถึงคู่ปีเกิดไม่ถูกกัน ทำให้คนที่เป็นปีชงใน พ.ศ.2566 โชคร้าย ซึ่งปีชงจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เช่น สุขภาพจิต สุขภาพกาย การงาน การเงิน ปัญหาครอบครัว ปัญหาชีวิตคู่ หรือปัญหาอะไรก็ตามที่เป็นเรื่อง ร้ายๆ ดังนั้น การรู้ว่าปีชงใน พ.ศ.2566 มีปีไหนบ้าง ปีไหนชงตรง ปีไหนชงร่วม เลยจะทำให้คุณสามารถเบาใจไปได้บ้างเมื่อได้ทำบุญไหว้พระ เสริมดวง แก้ปีชง

 

ปีชง 2567 มีปีนักษัตรอะไรบ้างที่ต้องชง

ปีที่มีผลกระทบมากที่สุด คือปีนักษัตร จอ

ผู้ที่เกิด ปีนักษัตร จอ หรือคนที่เกิดตรงกับปี พ.ศ. 2477, 2489, 2501, 2513, 2525, 2537, 2549, 2561

ดวงชะตาตลอดปี 2567 ส่งผลกระทบต่อผู้ที่เกิดปีนักษัตร จอ แนะนำให้ตั้งสติให้มั่น เพิ่มความระมัดระวังในการใช้ชีวิตทุก ๆ ด้านให้มากเป็นพิเศษ คำแนะนำเบื้องต้น ควรถือศีล กินมังสวิรัติ และการปฏิบัติกรรมฐาน
ปีชงร่วม เป็นปีที่มีผลกระทบน้อย คือปีนักษัตร มะโรง, ฉลู, มะแม
ผู้ที่เกิด ปีนักษัตร มะโรง หรือคนที่เกิดตรงกับปี พ.ศ. 2459, 2471, 2483, 2495, 2507, 2519, 2531, 2543, 2555
ผู้ที่เกิด ปีนักษัตร ฉลู หรือคนที่เกิดตรงกับปี พ.ศ. 2456, 2468, 2480, 2492, 2504, 2516, 2528, 2540, 2552, 2564
ผู้ที่เกิด ปีนักษัตร มะแม หรือคนที่เกิดตรงกับปี พ.ศ. 2462, 2474, 2486, 2498, 2510, 2522, 2534, 2546, 2558

ปีชงแก้อย่างไรเพื่อเสริมดวงชะตา การงานและการเงิน

ดวงชะตาตลอดปี 2567 ส่งผลกระทบต่อผู้ที่เกิดในปีนักษัตร มะโรง, ฉลู, มะแม

แนะนำให้ไปวัดทำบุญเติมน้ำมันตะเกียง ถวายเทียน บริจาคน้ำดื่ม ทำบุญเกี่ยวกับน้ำ พร้อมไถ่ชีวิตโคกระบือ และปล่อยปลา
ความหมายสำหรับปีที่ได้รับผลไม่ดี จะมีอยู่ด้วยกัน 4 ปีได้แก่

ปีที่ได้รับผลเสียมากที่สุดหรือที่เราเรียกกันว่าชงโดยตรง (ชง 100%) ได้แก่ ปีนักษัตรจอ
ปีคัก คือ ปีที่เป็นปีนักษัตรเดียวกับปีนั้น ๆ ได้แก่ ปีนักษัตรมะโรง
ปีเฮ้ง คือ ปีที่ได้รับผลกระทบในเรื่องเคราะห์กรรม ได้แก่ ปีนักษัตรฉลู
ปีผั่ว คือ ปีที่ได้รับผลกระทบในเรื่องสุขภาพ ได้แก่ ปีนักษัตรมะแม

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ที่เกิดในปี 2567
ผู้ที่ตกอยู่ในปีชงอาจต้องเผชิญกับอุปสรรคและปัญหาต่าง ๆ ในชีวิต เช่น เจ็บป่วย อุบัติเหตุ ปัญหาการเงิน หรือปัญหาด้านความสัมพันธ์ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ตกอยู่ในปีชงก็ยังสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข หากรู้จักระมัดระวังและป้องกันตนเองให้ห่างไกลจากสิ่งไม่ดีต่าง ๆ

ขอบคุณเครดิตเพจ https://www.sanook.com/horoscope/263247/

เสริมดวงแก้ชงปี 2566 วัดไหนดี ? ฉบับ ธาราญา แนะนำอ่าน คลิกอ่าน

ข้อห้ามปีชง

ข้อห้ามของปีชงคือ ไม่ควรไปร่วมในงานศพ แต่ถ้าหากหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ให้นำกิ่งใบทับทิมติดตัวไปด้วย และก่อนเข้าบ้านให้ใช้น้ำสะอาดใส่กิ่งใบทับทิมปัดให้ทั่วตัว

สำคัญที่สุดคือ ละเว้นการไปส่งศพ การอยู่ในพิธีฝังศพ หรือนำหีบศพลงหลุม เพราะเชื่อว่าดวงชะตาของผู้นั้นจะได้รับผลกระทบ ทำให้ร่างกายเกิดการเจ็บป่วย หรือกิจการค้าประสบปัญหาต่าง ๆ วิธีเสริมดวง แก้ชง

  1. ไหว้เทพเจ้าไท้ส่วย ให้ช่วยคุ้มครองดวงชะตา บรรเทาเคราะห์กรรม
  2. ทำบุญไถ่ชีวิตสัตว์ เช่น โค กระบือ ปล่อยนก ปล่อยปลา
  3. ทำบุญช่วยเหลือผู้ป่วย บริจาคโลหิต ทำบุญโลงศพ
  4. ไหว้พระ 9 วัด สวดมนต์ ปฏิบัติธรรม เจริญสติ คิดดี ทำดี
ขอบคุณข้อมูลเครดิตจากเว็บดี ๆ และผ้าไตรที่มีคุณภาพ www.dharayath.com

Pin It on Pinterest

Share This