โดย admin | มิ.ย. 18, 2023 | ธรรมะน่าสนใจ, บทความธรรมมะ, บทความน่าสนใจ
แนะนำบทความดี ๆ ความรู้เกี่ยวกับเรื่อง ผ้าไตรจีวร อีกครั้ง ซึ่งจะทำให้เรารู้ว่าทำไม พระแต่ละวัดใส่สีจีวรไม่เหมือนกัน แต่ก็สีใกล้เคียงกัน และรวมถึงความหนาของผ้า
ผ้าไตร คืออะไร (ข้อมูลจาก dharayath.com)
คำว่า ไตร หมายถึง ไตรที่แปลว่า สาม ดังนั้นในความหมายของผ้าไตรในการแปลแบบตรงไปตรงมา ก็จะหมายถึง ผ้าสามผืนนั่นเอง ดังนั้น เมื่อเรากล่าวถึงผ้าไตร ก็จะเข้าใจตรงกันในความหมายเดียวกันคือ ผ้าสามผืนที่พระสงฆ์ใช้สำหรับนุ่งครอง
ซึ่งในผ้าไตร 3 ผืน ก็จะประกอบไปด้วย
- ผ้าจีวร หรือ ผ้าห่ม ซึ่งพระสงฆ์จะเรียกว่า อุตราสงค์
- ผ้าสบง หรือ ผ้านุ่ง ซึ่งพระสงฆ์เรียกว่า อันตรวาสก
- สังฆาฏิ หรือ ผ้าซ้อน/ผ้าพาดบ่า
ผ้าไตรจีวรโดยทั่วไปจะมี 2 แบบ คือ
1.ไตรครอง หรือ ไตรเต็ม (ใช้ตอนบวช) ประกอบด้วย
-จีวร : ผ้าที่ใช้สำหรับห่มคลุม
-สบง : ผ้าที่ใช้สำหรับนุ่งในส่วนล่าง
-อังสะ : เสื้อตัวในลักษณะคล้ายเสื้อกล้าม
-สังฆาฏิ : เป็นผ้าผืนใหญ่เหมือนจีวร แต่พระเอามาใช้พาดบ่า
-ผ้ารัดอก : ผ้าที่ใช้รัดอก เวลาพระเอาสังฆาฏิพาดบ่า เพื่อให้ดูกระชับและเรียบร้อย
-รัดประคต : คือเชือกไว้รัดสบง หมีหน้าที่เสมือนข็มขัดของพระ
-ผ้าประเคน : เป็นผ้าที่ใช้รับสิ่งของ
2.ไตรอาศัย(ใช้ในชีวิตประจำวัน) ประกอบด้วย
-จีวร : ผ้าที่ใช้สำหรับห่มคลุม
-สบง : ผ้าที่ใช้สำหรับนุ่งในส่วนล่าง
-อังสะ : เสื้อตัวในลักษณะคล้ายเสื้อกล้าม
ข้อควรรู้ก่อนเลือกซื้อ ผ้าไตรจีวร | ผ้าไตรอาศัย มีเคล็ดลับในการเลือกซื้ออย่างไร
ผ้าไตร 5 ขันธ์ ผ้าไตร 9 ขันธ์ มีความแตกต่างกันอย่างไร ?
ผ้าไตรจีวร 5 ขัณฑ์และผ้าไตรจีวร 9 ขัณฑ์
ขัณฑ์ คือ ลักษณะของการเย็บผ้า จำนวนชิ้นผ้าที่ตัดขาดจากกัน นำมาเย็บต่อเข้าเป็นผืนเดียวกันเช่น
ผ้าไตร 9 ขัณฑ์ คือ ผ้า 9 ชิ้น ที่นำมาเย็บต่อเป็นผืนเดียวกันใช้เป็นสบงหรือจีวร (จำนวนขัณฑ์มาก จำนวนชิ้นผ้าก็เยอะตาม)
สำหรับพระวัดทั่วไป (มหานิกาย) นิยมถวาย ผ้าไตร 5 ขัณฑ์
สำหรับพระวัดป่ากรรมฐาน (ธรรมยุติ) นิยมถวายผ้าไตร 9 ขัณฑ์ เช่น วัดสายพระป่า วัดป่านาคำน้อย หลวงพ่ออินทร์ถวาย
https://dhamma.watchmekorat.com/tag/%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%96%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A2/
ข่าวเกี่ยวกับหลวงพ่ออินทร์ถวาย
ขอบคุณข้อมูลจาก dharayath.com
โดย admin | มิ.ย. 3, 2023 | กิจกรรมงานบุญ, ข่าวสาร
๏ขอเชิญสาธุชน ร่วมพิธีเททองหล่อ ๏๚ะ๛
#พระพุทธะอัครบดี ขนาดหน้าตัก 20 นิ้ว
และเชิญร่วมทำบุญบูชาแผ่นทอง
เขียนวัน เดือน ปีเกิด
เพื่อประดิษฐานที่ห้องนั่งสมาธิ
ใต้พระวิริยะมงคลมหาเจดีย์ศรีรัตนโกสินทร์
พระมหาเจดีย์ที่สูงที่สุดในประเทศไทย
ณ ลานหน้าศาลา ๘๔ ปี
วัดธรรมมงคล กรุงเทพมหานคร
วันเสาร์ ที่ ๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๖ เวลา ๑๐.๐๐ น.
๏ส ม เ ด็ จ พ ร ะ ญ า ณ ว ชิ โ ร ด ม ๏๚ะ๛
(หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร)
เมตตาตั้งชื่อ #พระพุทธะอัครบดี
พระพุทธเจ้าทรงเลิศและใหญ่ยิ่ง
ร่วมทำบุญได้ที่ ธ.กรุงไทย เลขที่บัญชี: 0470400021 ชื่อบัญชี:โรงเรียนพระปริยัติธรรมวัดธรรมมงคล
ติดต่อสอบถามได้ที่ โทร. 062-669-9699 พระครูธรรมภาณโกวิท โทร. 084-450-5656 อ.วิยะดา แย้มสรวล

https://www.facebook.com/photo?fbid=633196608832868&set=a.466767135475817
โดย admin | มิ.ย. 3, 2023 | ข่าวสาร, ข่าวหลวงปู่อุทัย, ข่าวหลวงพ่อ
รายงานความคืบหน้า การตรวจรักษาอาการอาพาธ หลวงปู่อุทัย สิริธโร เมื่อวันศุกร์ที่ 26 พฤษภาคม 2566

ขอขอบคุณเพจ
https://www.facebook.com/watkhaoyaiyannasampanno/posts/562561059355833
ข่าวก่อนหน้านี้เกี่ยวกับ อาการอาพาธ หลวงปู่อุทัย คลิก
https://dhamma.watchmekorat.com/category/temple-news-and-activity/templenews/
โดย admin | พ.ค. 20, 2023 | ข่าวสาร, บทความธรรมมะ, บทความน่าสนใจ
การ ทำบุญวันเกิด นั้น เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ได้ทรงทำเป็นตัวอย่างเมื่อครั้งยังทรงผนวช ไม่ใช่ทำอย่างจีนหรือฝรั่ง โดยมีพระราชดำริว่า
"การที่คนเรามีอายุวนมาบรรจบครบรอบอีกครั้ง โดยไม่ตายไปเสียก่อน ถือเป็นลาภอันประเสริฐ จึงควรยินดี บำเพ็ญกุศลและ ทำบุญวันเกิด ที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองและผู้อื่น ให้สมกับที่มีน้ำใจยินดี และไม่ประมาท เพราะไม่สามารถรู้ได้ว่าจะอยู่ไปบรรจบรอบปีเช่นนี้อีกหรือไม่ ถึงวันเกิดปีหนึ่งเป็นที่เตือนใจครั้งหนึ่ง ให้รู้สึกว่าอายุล่วงไปต่อความตายอีกก้าวหนึ่ง เมื่อรู้เช่นนั้น จะได้บรรเทาความมัวเมาประมาทในชีวิตเสียได้"
แนะนำ กำลังวัน เสริมดวงเกิด คลิก 
จึงทำให้เกิดการ ทำบุญวันเกิด ขึ้นเรียกว่า เฉลิมพระชนมพรรษา ขึ้น โดยมีการสวดมนต์เลี้ยงพระจำนวน 10 รูป และถวายสิ่งของแก่พระสงฆ์ เป็นการทำแบบเงียบๆ ต่อมาก็มีเจ้านาย ขุนนางทำบุญวันเกิดกันชุกชุมขึ้น และสืบทอดต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
นอกจากนี้ ยังมีความเชื่อในสมัยพุทธกาลด้วยว่า สมัยนั้นมีสามีภรรยาพาลูกน้อยไปหาพราหมณ์ แต่พราหมณ์ทักว่าเด็กน้อยจะเสียชีวิตภายใน 7 วัน และแนะนำให้ทั้งสองคนพาลูกน้อยไปหาพระพุทธเจ้า โดยพระองค์ได้ออกอุบายนิมนต์พระสงฆ์มาสวดพระปริตร ตลอด 7 วันอันตราย เมื่อถึงเวลาที่ภัยจะมาทำร้ายก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เนื่องจากเด็กน้อยนอนฟังสวดพระปริตรอยู่ และด้วยพุทธานุภาพ ทำให้เด็กคนนั้นมีอายุยืนยาวถึง 120 ปี
วิธีการปฏิบัติในการทำบุญวันเกิด
อาจทำอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่างก็ได้ ดังนี้
- ตักบาตรพระสงฆ์เท่าอายุ หรือเกินกว่าอายุ หรือกี่รูปก็ได้ตามสะดวก
- บำเพ็ญกุศลอุทิศให้แก่บรรพบุรุษ ที่เรียกว่า ทักษิณานุประทานก่อนแล้วจึงบำเพ็ญกุศลเนื่องในวันเกิด
- ทำบุญ สวดมนต์ เลี้ยงพระ หรือมีพระธรรมเทศนาด้วย
- ถวายสังฆทาน
- ทำทานช่วยชีวิตสัตว์ เช่น ปล่อยนก ปล่อยปลา หรืออื่นๆ หรือบริจาคเงินเพื่อไปบำรุงโรงพยาบาล กิจกรรมด้านสังคมสงเคราะห์ และอื่นๆ อีกมากมาย
- รักษาศีลหรือบำเพ็ญภาวนา
- กราบขอพรจากบิดา มารดา ปู่ย่า ตายาย หรือผู้ที่ตนเคารพนับถือ
- บำเพ็ญคุณประโยชน์อื่นๆ โดยมุ่งที่การให้ มากกว่าการรับ
ของทำบุญวันเกิดในแต่ละวัน
1. ท่านที่เกิดวันอาทิตย์ หลอดไฟ ไฟฉาย เทียน ธูป อุปกรณ์แสงสว่าง แว่นตา หมาก-พลู
2. ท่านที่เกิดวันจันทร์ ของที่เกี่ยวกับน้ำ เช่น แก้วน้ำ แจกัน ของที่มีลักษณะโปร่ง ใส
3. ท่านที่เกิดวันอังคาร กรรไกร ยาสีฟัน แปรงสีฟัน พัดลม กรรไกรตัดเล็บ หรือของที่เกี่ยวกับโลหะ
4. ท่านที่เกิดวันพุธ (กลางวัน) สมุด กระดาษ ปากกา ดินสอ อุปกรณ์การศึกษา
5. ท่านที่เกิดวันพุธ (กลางคืน) พัดลม เทปธรรมะ ยาแก้โรคลม ยาหอม ไมโครโฟน เครื่องขยายเสียง
6. ท่านที่เกิดวันพฤหัสบดี สบง จีวร หนังสือธรรมะ ตู้ยา โต๊ะหมู่บูชา หมอน 1 คู่ อาสนะ
7. ท่านที่เกิดวันศุกร์ ของเป็นคู่ ธูปหอม กำยาน หรือพวกเครื่องหอมต่าง ๆ
8. ท่านที่เกิดวันเสาร์ ซื้อที่ดินถวายวัด ร่ม กระเบื้องมุงหลังคา ถวายปัจจัยบำรุงกุฏิ ห้องน้ำพระสงฆ์
แต่ในปัจจุบันการทำบุญวันเกิด มักจะนิยมไปทำบุญถวายสังฆทานที่วัด ด้วยการทำบุญถวายสังฆทาน นั้นเป็นการทำมหาทานบารมีที่ยิ่งใหญ่ เพราะสังฆทาน เรียกว่า เป็นประธานแห่งทานทั้งปวง และในแต่ละวันเกิดก็มีการจัดชุดสังฆทานที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งการจัดชุดสังฆทานของแต่ละวันเกิดมีอะไรบ้าง ?
คนเกิดวันอาทิตย์ ในการถวายสังฆทานวันเกิดนั้นก็จะมีการจัดชุดสังฆทานที่แตกต่างกันออกไป อย่างคนที่เกิดวันอาทิตย์ การถวายสังฆทานวันเกิดเพื่อเสริมดวงนั้น ควรทำบุญด้วยการปล่อยสัตว์น้ำ เพราะเป็นการปล่อยทุกข์โศกลงสู่แม่น้ำ และเสริมดวงด้านเงินทองด้วยการถวายสังฆทานเครื่องอุปโภค อย่างไฟฉาย หลอดไฟ เทียน แว่นตา รวมถึงข้าวสารอาหารแห้ง เป็นต้น เพื่อให้ผลบุญหนุนนำชีวิตไปในด้านที่ดี
คนเกิดวันจันทร์ คนที่เกิดวันจันทร์นั้น ควรไปไหว้พระขอพรอยู่เป็นประจำ เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต และขอพรให้ชีวิตเจริญรุ่งเรือง ส่วนการทำบุญวันเกิดด้วยการถวายสังฆทานเครื่องบริโภคอย่างสมุนไพรพร้อมชง เช่น ขิงผง ชารางจืด และน้ำมะตูม เป็นต้น หรือจะถวายกาน้ำ กระติกน้ำเป็นสังฆทานก็ได้เช่นกัน คนเกิดวันอังคาร สังฆทานวันเกิดของคนที่เกิดวันอังคาร เน้นการถวายสังฆทานวันเกิดที่เป็นข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ เช่น มีดโกนและกรรไกรซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่พระสงฆ์ขาดไม่ได้ รวมไปถึงการถวายผ้าไตรจีวรเป็นสังฆทาน จะช่วยเสริมดวงในเรื่องของเงินทอง และที่สำคัญชาววันอังคารควรไปไหว้พระขอพรในวันเกิดที่วัดโพธิ์ ซึ่งมีพระประจำวันเกิดประดิษฐานอยู่อีกด้วย
คนเกิดวันพุธ คนเกิดวันพุธที่อยากทำบุญวันเกิดด้วยการถวายสังฆทานนั้น ควรเลือกถวายเป็นชุดสังฆทานยาต่าง ๆ รวมไปถึงการถวายสังฆทานด้วยหนังสือธรรมะ อุปกรณ์เครื่องเขียน อย่าง สมุด ปากกา ดินสอ เป็นต้น เพราะชาววันพุธเป็นคนคิดเร็วทำเร็ว และชาววันพุธมักมีปัญหาด้านสุขภาพ การถวายสังฆทานยา หนังสือธรรมะและอุปกรณ์เครื่องเขียนเป็นสังฆทานวันเกิด จะช่วยเสริมในด้านสติปัญญาและมีสุขภาพที่ดีอีกด้วย
คนเกิดวันพฤหัสบดี การทำบุญวันเกิดของคนวันพฤหัสบดี ควรหาเวลาไปปฏิบัติธรรม เพื่อสงบจิตใจและเสริมให้ชีวิตดีขึ้น แต่ถ้าอยากเสริมดวงด้านการเงิน คนวันพฤหัสบดีก็ควรถวายสังฆทานวันเกิดด้วย สบง จีวร ผ้าอาบน้ำฝน รวมถึงพระพุทธรูปเป็นสังฆทานนั่นเอง
คนเกิดวันศุกร์ ผู้ที่เกิดในวันศุกร์นั้น นอกจากการปฏิบัติธรรมเพื่อให้จิตให้สงบแล้ว ก็ควรทำบุญวันเกิดด้วยชุดสังฆทานเครื่องอุปโภคทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น สบู่ แปรงสีฟัน ยาสีฟัน น้ำยาทำความสะอาดห้องน้ำ ถังขยะ หรือจะทำบุญด้วยการกวางลานวัด ขัดห้องน้ำวัดก็ได้เช่นกัน ซึ่งจะช่วยเสริมดวงด้านโชคลาภอีกด้วย คนเกิดวันเสาร์ สำหรับใครที่เกิดในวันเสาร์ให้ทำบุญวันเกิดด้วยการไหว้พระขอพรเป็นประจำ จะช่วยเสริมให้ชีวิตเจริญรุ่งเรือง สมหวังในสิ่งที่ปรารถนา หรือถ้าอยากเสริมดวงด้านการเงิน ก็ถวายสังฆทานวันเกิด ด้วยสังฆทานเครื่องอุปโภค อย่าง ร่ม ย่ามพระ รองเท้า หรือจะเป็นชุดสังฆทานยา ชุดสังฆทานผ้าไตร รวมไปถึงชุดสังฆทานเครื่องบริโภค เป็นต้น
ซึ่งการถวายสังฆทานในวันเกิดนั้น ถือเป็นเรื่องง่ายและสามารถไปถวายสังฆทานได้ในเวลาที่เราสะดวก ไม่จำเป็นต้องตื่นแต่เช้ามาใส่บาตรอย่างเช่นเมื่อก่อน เพราะฉะนั้นในปัจจุบันคนส่วนใหญ่จึงมักนิยมทำบุญด้วยการถวายสังฆทานในวันเกิดแทน
บทความให้ความรู้เกี่ยวกับ กฐินและผ้าป่า คลิกอ่านบทความ
โดย admin | พ.ค. 14, 2023 | ธรรมะน่าสนใจ, บทความธรรมมะ, บทความน่าสนใจ
กฐิน เป็นศัพท์ในพระวินัยปิฎกเถรวาท เป็นชื่อเรียกผ้าไตรจีวรที่พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตให้ภิกษุผู้อยู่จำพรรษาครบ 3 เดือนแล้ว สามารถรับมานุ่งห่มได้ โดยคำว่าการทอดกฐิน หรือการกรานกฐิน จัดเป็นสังฆกรรมประเภทหนึ่งตามพระวินัยบัญญัติเถรวาทที่มีกำหนดเวลา คือพระสงฆ์สามารถกระทำสังฆกรรมนี้ได้นับแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ไปจนถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 เท่านั้น โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญคือสร้างความสามัคคีในหมู่คณะสงฆ์ และอนุเคราะห์ภิกษุผู้ทรงคุณที่มีจีวรชำรุด1 ดังนั้นกฐินจึงจัดเป็นเรื่องเกี่ยวกับสังฆกรรมของพระสงฆ์โดยจำเพาะ ซึ่งนอกจากในพระวินัยฝ่ายเถรวาทแล้ว กฐินยังมีในฝ่ายมหายานบางนิกายอีกด้วย แต่จะมีข้อกำหนดแตกต่างจากพระวินัยเถรวาท
กฐินคืออะไร
กฐิน เป็นศัพท์บาลี แปลตามศัพท์ว่าไม้สะดึง คือ “กรอบไม้” หรือ “ไม้แบบ” สำหรับขึงผ้าที่จะเย็บเป็นจีวรในสมัยโบราณ ซึ่งผ้าที่เย็บสำเร็จจากกฐินหรือไม้สะดึงแบบนี้เรียกว่า ผ้ากฐิน (ผ้าเย็บจากไม้แบบ)
อาจจำแนกตามความหมายเพื่อความเข้าใจง่ายได้ดังนี้
- กฐินเป็นชื่อของกรอบไม้แม่แบบ (สะดึง) สำหรับทำจีวร ดังกล่าวข้างต้น
- กฐินเป็นชื่อของผ้าที่ถวายแก่พระสงฆ์เพื่อกรานกฐิน (โดยได้มาจากการใช้ไม้แม่แบบขึงเย็บ)
- กฐินเป็นชื่อของงานบุญประเพณีถวายผ้าไตรจีวรแก่พระสงฆ์เพื่อกรานกฐิน
- กฐินเป็นชื่อของสังฆกรรมการกรานกฐินของพระสงฆ์
กฐินมีที่มาอย่างไร
กฐิน เป็นบุญถวายผ้าไตรจีวรแด่พระสงฆ์ ซึ่งจำพรรษาแล้ว เริ่มตั้งแต่แรม 1 ค่ำ เดือน 11 ถึง วันเพ็ญ 15 ค่ำ เดือน 12 เป็นเขตทอดกฐินตามหลักพระวินัย
มูลเหตุมีการทำบุญกฐินซึ่งมีเรื่องเล่าว่า พระภิกษุชาวเมืองปาฐา 30 รูป จะไปเฝ้าพระพุทธเจ้าที่พระเชตวันมหาวิหาร แต่จวนใกล้กำหนดเข้าพรรษาเสียก่อน จึงหยุดจำพรรษาที่เมืองสาเกต พอออกพรรษาแล้วก็รีบพากันไปเฝ้าพระพุทธเจ้า ทั้ง ๆ ที่ผ้าสบงจีวรเปื้อนเปรอะ เนื่องจากระยะทางไกลและฝน ผ้าสบงจีวรจึงเปียกน้ำและเปื้อนโคลน จะหาผ้าผลัดเปลี่ยนก็ไม่มี พระพุทธเจ้าทรงเห็นความลำบากของพระภิกษุเช่นกัน จึงมีพุทธบัญญัติให้พระภิกษุแสวงหาผ้าและรับผ้ากฐินได้ตามกำหนด จำกัดประเภททาน คือ ต้องเป็นถวายสังฆทานเท่านั้น จะถวายเฉพาะเจาะจงภิกษุรูปใดรูปหนึ่งเหมือนทานอย่างอื่นไม่ได้ จำกัดเวลา คือกฐินเป็นกาลทานอย่างหนึ่ง (ตามพระบรมพุทธานุญาต) ดังนั้นจึงจำกัดเวลาว่าต้องถวายภายในระยะเวลา 1 เดือน นับแต่วันออกพรรษา เป็นต้นไป จำกัดงาน คือ พระภิกษุที่กรานกฐินต้องตัด เย็บ ย้อม และครองให้เสร็จภายในวันที่กรานกฐิน จำกัดไทยธรรม คือ ผ้าที่ถวายต้องถูกต้องตามลักษณะที่พระวินัยกำหนดไว้ จำกัดผู้รับ คือ พระภิกษุผู้รับกฐิน ต้องเป็นผู้ที่จำพรรษาในวัดนั้นโดยไม่ขาดพรรษาตั้งแต่1รูปขึ้นไป และจะใช้5รูปขึ้นไปในการกรานกฐินในโบสถ์เท่านั้น จำกัดคราว คือ วัด ๆ หนึ่งรับกฐินได้เพียงปีละ 1 ครั้งเท่านั้น เป็นพระบรมพุทธานุญาต ทานอย่างอื่นทายกทูลขอให้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงอนุญาต เช่น มหาอุบาสิกาวิสาขาทูลขออนุญาตผ้าอาบน้ำฝน แต่ผ้ากฐินนี้พระองค์ทรงอนุญาตเอง นับเป็นพระประสงค์โดยตรง
อานิสงส์ของการทอดกฐิน
1. เป็นการสงเคราะห์พระภิกษุที่จำพรรษาครบถ้วนไตรมาสให้ได้รับอานิสงส์ตามพุทธบัญญัติ 2.เป็นการเทิดทูนพระพุทธบัญญัติเรื่องกฐินให้คงอยู่สืบไป นับได้ว่าบูชาพระพุทธศาสนาด้วยการปฏิบัติบูชาส่วนหนึ่ง 3.สืบต่อประเพณีกฐินทาน มิให้เสื่อมสลายไปจากวัฒนธรรมประเพณีของคนไทย ซึ่งบรรพบุรุษนำสืบต่อกันมามิขาดสาย 4.การทอดกฐินเป็นการถวายทานโดยมิเจาะจงบุคคลโดยเฉพาะ แต่ถวายแก่หมู่สงฆ์เป็นส่วนรวมจึงเข้าลักษณะเป็นสังฆทาน ที่พระพุทธองค์ทรงสรรเสริญ ว่ามีผลานิสงส์มาก 5.การร่วมบำเพ็ญกฐินทาน เป็น "กาลทาน" คือเป็นทานที่ถวายได้ภายในเวลาที่มีพระพุทธานุญาตกำหนด จึงมีอานิสงส์เป็นพิเศษ 6.ในการทอดกฐิน ส่วนใหญ่เป็นการร่วมมือร่วมใจกันของคนจำนวนมากเพื่อสร้างความดีงาม จึงเป็นการเสริมสร้างพลังสามัคคีขึ้นในสังคมอีกทางหนึ่งด้วย
ผ้าป่า
คือ ผ้าที่ผู้ถวายนำไปวางพาดไว้บนกิ่งไม้เพื่อให้พระชักเอาไปเองโดยไม่กล่าวคำถวายหรือประเคนเหมือนถวายของทั่วไป กริยาที่พระหยิบผ้าไปใช้แบบนั้น เรียกว่า "ชักผ้าป่า" ส่วนการถวายผ้าป่านิยมจัดของใช้เป็นบริวารผ้าป่าเหมือนบริวารกฐินเรียกว่า "ทอดผ้าป่า"
การทอด ผ้าป่า จัดเป็นการทำบุญที่นิยมกันมากในปัจจุบัน โดยมีชื่อเรียกตามลักษณะการรวมกันของเครื่องบริวาร หรือตามวัตถุประสงค์ของการทำบุญที่เกี่ยวกับงานที่จัดขึ้น วิธีการทอดผ้าป่านั้นไม่จำเป็นต้องนำผ้าไปวางทิ้งหรือทอดไว้ในป่าอีกเพราะขยายจากการทอดผ้า เป็นเงินหรือสิ่งของที่บริจาคเพื่อสาธารณประโยชน์โดยปรับเปลี่ยนให้เข้าตามยุคตามสมัยสังคม ถือตามความสะดวกของสาธุชนผู้มาร่วมประกอบพิธี ซึ่งถือว่าได้อุปโลกน์เป็นผ้าป่าไปแล้ว

ในปัจจุบันประเภทของผ้าป่ามีชื่อเรียก 3 อย่าง คือ
- ผ้าป่าหางกฐิน ได้แก่ ผ้าป่าที่เจ้าภาพจัดให้มีขึ้นต่อจากการทอดกฐิน หรือเรียก ผ้าป่าแถมกฐิน
- ผ้าป่าโยง ได้แก่ ผ้าป่ามราจัดทำรวมๆ กันหลายๆ กอง นำบรรทุกเรือแห่ไปทอด ตามวัดต่างๆ ที่อยู่ริมแม่น้ำ จะมีเจ้าภาพเดียวหรือหลายเจ้าภาพก็ได้
- ผ้าป่าสามัคคี ได้แก่ ผ้าป่าที่มีการแจกฎีกาบอกบุญไปตาม สถานที่ต่างๆ ให้ร่วมกันทำบุญแล้วแต่ศรัทธา โดยจัดเป็นกองผ้าป่ามารวมกัน จะเป็นกี่กองก็ได้ เมื่อถึงวันทอด จะมีขบวนแห่ผ้าป่ามารวมกันที่วัด บางที่ก็มีจุดประสงค์เพื่อหาเงินไปสร้างถาวรวัตถุต่างๆ เช่น โบสถ์ วิหาร ศาลาการเปรียญ เป็นต้น
พิธีทอด ผ้าป่า
เจ้าภาพไปแจ้งความประสงค์ที่จะทอดผ้าป่ากับทางเจ้าอาวาส เรียกว่า เป็นการจองผ้าป่า และทำกากำหนดเวลา จากนั้นก็ทำการตั้งองค์ผ้าป่า ซึ่งสิ่งที่การทอดผ้าป่าต้องมี คือ ผ้า กิ่งไม้สำหรับพาดผ้า ให้อุทิศถวาย ไม่เจาะจงพระรูปใด รูปหนึ่ง
การตั้งองค์ผ้าป่า
เจ้าภาพต้องจัดหาผ้าสำหรับพระภิกษุมาผืนหนึ่ง อาจเป็นสบง จีวร สังฆาฏิ หรือทั้ง 3 อย่าง แล้วแต่ศรัทธา จากนั้นให้นำกิ่งไม้ไปปักไว้ในภาชนะที่มีขนาดพอสมควร เพื่อใช้เป็นที่พาดผ้าป่า และใช้สำหรับนำสิ่งของเครื่องใช้ที่จะนำไปถวายพระ เช่น สบู่ ยาสีฟัน ผ้าเช็ดตัว ผ้าอาบน้ำฝน สมุด ดินสอ เป็นต้น ในส่วนของปัจจัย (เงิน) นิยมนำไปเสียบไว้กับต้นกล้วยที่มีขนาดเล็กในกองผ้าป่า
การนำผ้าป่าไปทอด
ในปัจจุบันการทอดผ้าป่านับว่าเป็นงานค่อนข้างใหญ่ ต้องมีการจองผ้าป่า เพื่อแจ้งให้ทางวัดทราบกำหนดการต่างๆ จะได้จัดเตรียมการต้อนรับ เมื่อถึงกำหนด ก็จะมีการแห่องค์ผ้าป่ามาเป็นกลองยาว แตวง อย่างครึกครื้น สนุกสนาน บ้างก็อาจจะมีการละเล่นพื้นบ้าน หรือร่วมร้องเพลง รำวงกัน
การทอดผ้าป่า
นำผ้าป่าไปวางตรงหน้าพระภิกษุสงฆ์ กล่าวถวายผ้าป่า พระสงฆ์รูปหนึ่งก็จะลุกขึ้นเดินถือตาลปัตรมาชักผ้าบังสกุลที่องค์ผ้าป่า โดยกกล่าวคำปริกรรมว่า “อิมัง ปังสุกล ละจีวะรัง อัสสามิกัง มัยหัง ปาปุณาติ” แปลเป็นใจความได้ว่า “ผ้าบังสุกุลผืนนี้เป็นผ้าที่ไม่มีเจ้าของหวงแหน ย่อมตกเป็นของข้าพเจ้า ต่อจากนั้นพระสงฆ์ จึงสวดอนุโมทนาในผลบุญ เจ้าภาพกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศล เป็นอันเสร็จพิธี”
1.ทำให้มั่งคั่งด้วยโภคทรัพย์สมบัติ 2.ทำให้ประสบความเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน 3.ทำให้เป็นผู้มีสัมมาทิฐิ พบเจอแต่บัณฑิต กัลยาณมิตร เพราะบูชาบุคคลที่ควรบูชา 4.ทำให้มีชื่อเสียงและเป็นที่เคารพศรัทธาของมหาชน
การถวาย กฐิน หรือ บุญผ้าป่า เป็นกุศลผลบุญที่ใหญ่หลวง ผู้ถวายจะปรารถนาความสำเร็จใด ๆ ในภพชาติใหม่ ก็จะให้สำเร็จได้ดังมโนรถความปรารถนา หรือถ้าจะปรารถนาพุทธภูมิก็ดี ปัจเจกภูมิก็ดี สาวกภูมิก็ดี สาวิกาภูมิก็ดี เมื่อมีวาสนาบารมีแก่กล้าแล้วก็จะได้สำเร็จดังมโนปณิธาน หรือความปรารถนาที่ตั้งไว้
ขอขอบคุณ เว็บธาราญา ในการแบ่งปันความรู้ครับ