ขณิกสมาธิ จุดเริ่มของการหลุดพ้น

จุดมุ่งหมายของศาสนา คือ ขนทุกข์ออกจากจิตใจของสัตว์โลกไม่มีอย่างอื่น มีเพียงเท่านี้ หมดทุกข์ จิตสงบ ว่าง ไม่มีหน้าที่ให้ทุกข์ ตั้งแต่ ทุกข์แบบหยาบจนถึงทุกข์ละเอียด ไม่ต้องพึ่งพาฤกษ์งามยามดี หรือเที่ยวขอพร ใด ๆแต่ไม่ลบหลู่ใด ๆให้ครามเคารพ อ่อนน้อมถ่อมตน เรียบง่าย และ ขอเพียงมีจิตสงบ ไปไหนก็มีความสุข สุขเสมอความสงบไม่มี  แล้วคำถามก็เข้ามาว่าเร่ิมจากตรงไหนก่อนดีล่ะ

มาเร่ิมกันครับ ง่าย ๆ แค่ นั่งสมาธิ  หรือ ทำอะไรก็ได้  ให้นึกถึงลมหายใจ อานาปานสติที่สุดยอดที่สุด (ลมหายใจ ไม่ว่าใครจะดีจะชั่ว ก็มีลมหายใจเป็นเพื่อนตลอด)

รู้บ้าง ไม่รู้บ้าง ก็ปล่อย ” อย่าไปคิดว่า ต้องรู้ให้นานติดกัน  วางทุกตำรา ทุกเซียนบอก  เอาแค่ โน้มความตั้งใจ ดูลมหายใจ  ถ้ากลัวหลุด ก็เพิ่มพุธและโธ เข้าไปช่วย เพื่อเพิ่มความรู้ตัว

เพราะโดยธรรมชาติของจิตที่ติดตัวเรามาช้านาน มันเหมือนลิงที่โหนต้นไม้ไปเรื่อย อย่าไปดุมัน เพราะมันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ   อย่าไปโกรธมันว่ามันพาเราคิดนั่นคิดนี่   ก็คิดง่าย ๆ คือ อย่างน้อยเราก็รู้ตัวว่าเราฟุ้งซ่าน แล้ว ก็กลับมาดูลมหายใจใหม่  ที่สำคัญไม่ต้องคิดว่านั่งแล้วจะเห็นโน่นเห็นนี่  เพราะสิ่งที่เห็น  มันเห็นจริง แต่มันไม่มีจริง เพราะมันไม่ใช่จิต มันเป็นการปรุงแต่ง

โดยเร่ิมจาก การทำจิตภาวนาสมาธิ  ที่มีจุดเร่ิมต้นคือ การสงบเพียงชั่วคราว แล้วค่อย ๆ ฝึกตนไปเรื่อย ๆ  ถึงแล้วสงบชั่วครู่  มันก็เหมือนกับคนทำงานมาทั้งวันเเล้วเหนื่อย ขอได้พักนิดหนึ่ง แล้วก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาทำงานใหม่  ก็มีแรงขึ้นอีกนิดหนึ่ง  ขณิกสมาธิก็จะคล้าย ๆกัน สงบ ไม่ไปไหน ประมาณ สัก 1 ถึง 5 นาที ก็จะเริ่มคิดไปโน่นไปนี่  แต่เราจะเร่ิมรู้ตัวดีขึ้น และ คล่องขึ้น  แบบนี้ครับ จุดเร่ิมต้นของการมีสมาธิภาวนา

ลมจะติดขัดบ้าง หรือ ไหลลื่นบ้าง ก็เน้นแค่ รู้อาการอย่างนั้นไปเรื่อย ๆ เพราะสักครู่เราก็จะถูกชวนให้ไปคิดโน่นคิดนี่อีก แล้วก็กลับมารู้ตัวใหม่ แต่ความรู้ตัวและสงบเล็กน้อย จะเร่ิมยาวขึ้น จาก 1 นาที มา 2-5 นาที  และ จากที่เคยนั่งสมาธิ นิดเดียวก็จะเร่ิมนั่งได้ยาวขึ้น

บางคน นั่งตั้งนาน พอลืมตามา  อ้าวนี่แค่ ห้านาที นึกว่านั่งมายี่สิบนาที  แต่ พอเริ่มมี ขณิกสมาธิ  จากที่เคยคิดว่านั่งได้แค่สิบนาที พอลืมตามาอีกที กลายเป็นนั่งไป ยี่สิบนาที

แต่สุดท้าย ก็รู้ไว้ว่า แบบนี้คือ ขณิกสมาธิ แต่ไม่ต้องไปยึดถือว่าเราถึงขั้นไหน ปล่อยไปและภาวนาไปเรื่อย ๆนะครับ

สมาธิ

รู้ตัวเองไว้นะครับ ไม่ต้องไม่ดูคนอื่น อารมณ์ไหนมันขึ้นมา ก็อดทนดูไป  แล้วลองมานึกดูว่าอารมณ์นั้นหายไปตอนไหน   นี่เหละครับ การมีสมาธิจะช่วยให้เรารับรู้มีสติได้ง่ายและดีขึ้น

 

สมาธิกับสติภาวนา เดี๋ยวก็มาด้วยกันครับ อดทนขันติ  เอาความสงบมาให้ได้ให้ใจเป็น สมถ แล้วภาวนาก็จะมาคู่กันเองครับ

สมาธิมี 3 ระดับ

  1. ขณิกสมาธิ เปรียบเหมือนเด็กหัดเดิน
  2. อุปจารสมาธิ เปรียบเหมือน เดินได้เร่ิมคล่อง แต่ยังโงนเงนบ้าง
  3. อัปปนาสมาธิ เปรียบเหมือนวิ่งเลย

แต่สุดท้ายไม่ต้องสนใจนะครับ ว่าเราจะถึงขั้นไหนขอให้ทำไปเรื่อย ๆ เน้นขอให้สงบ แล้ว จิตเขาจะพัฒนาตัวของเขาเอง

มีโอกาสจะนำเรื่อง วิตก วิจารณ์ ปีตี สุข เอกคัทตา มาลงบทความครับ

อย่าท้อครับ ท้อมีไว้ให้ลิงถือ

โคตรภูญาณ ผู้เห็นภัยในวัฏฏะสงสาร

 

 

Scroll to Top
%d