โดย admin | พ.ค. 14, 2023 | ธรรมะน่าสนใจ, บทความธรรมมะ, บทความน่าสนใจ
กฐิน เป็นศัพท์ในพระวินัยปิฎกเถรวาท เป็นชื่อเรียกผ้าไตรจีวรที่พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตให้ภิกษุผู้อยู่จำพรรษาครบ 3 เดือนแล้ว สามารถรับมานุ่งห่มได้ โดยคำว่าการทอดกฐิน หรือการกรานกฐิน จัดเป็นสังฆกรรมประเภทหนึ่งตามพระวินัยบัญญัติเถรวาทที่มีกำหนดเวลา คือพระสงฆ์สามารถกระทำสังฆกรรมนี้ได้นับแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ไปจนถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 เท่านั้น โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญคือสร้างความสามัคคีในหมู่คณะสงฆ์ และอนุเคราะห์ภิกษุผู้ทรงคุณที่มีจีวรชำรุด1 ดังนั้นกฐินจึงจัดเป็นเรื่องเกี่ยวกับสังฆกรรมของพระสงฆ์โดยจำเพาะ ซึ่งนอกจากในพระวินัยฝ่ายเถรวาทแล้ว กฐินยังมีในฝ่ายมหายานบางนิกายอีกด้วย แต่จะมีข้อกำหนดแตกต่างจากพระวินัยเถรวาท
กฐินคืออะไร
กฐิน เป็นศัพท์บาลี แปลตามศัพท์ว่าไม้สะดึง คือ “กรอบไม้” หรือ “ไม้แบบ” สำหรับขึงผ้าที่จะเย็บเป็นจีวรในสมัยโบราณ ซึ่งผ้าที่เย็บสำเร็จจากกฐินหรือไม้สะดึงแบบนี้เรียกว่า ผ้ากฐิน (ผ้าเย็บจากไม้แบบ)
อาจจำแนกตามความหมายเพื่อความเข้าใจง่ายได้ดังนี้
- กฐินเป็นชื่อของกรอบไม้แม่แบบ (สะดึง) สำหรับทำจีวร ดังกล่าวข้างต้น
- กฐินเป็นชื่อของผ้าที่ถวายแก่พระสงฆ์เพื่อกรานกฐิน (โดยได้มาจากการใช้ไม้แม่แบบขึงเย็บ)
- กฐินเป็นชื่อของงานบุญประเพณีถวายผ้าไตรจีวรแก่พระสงฆ์เพื่อกรานกฐิน
- กฐินเป็นชื่อของสังฆกรรมการกรานกฐินของพระสงฆ์
กฐินมีที่มาอย่างไร
กฐิน เป็นบุญถวายผ้าไตรจีวรแด่พระสงฆ์ ซึ่งจำพรรษาแล้ว เริ่มตั้งแต่แรม 1 ค่ำ เดือน 11 ถึง วันเพ็ญ 15 ค่ำ เดือน 12 เป็นเขตทอดกฐินตามหลักพระวินัย
มูลเหตุมีการทำบุญกฐินซึ่งมีเรื่องเล่าว่า พระภิกษุชาวเมืองปาฐา 30 รูป จะไปเฝ้าพระพุทธเจ้าที่พระเชตวันมหาวิหาร แต่จวนใกล้กำหนดเข้าพรรษาเสียก่อน จึงหยุดจำพรรษาที่เมืองสาเกต พอออกพรรษาแล้วก็รีบพากันไปเฝ้าพระพุทธเจ้า ทั้ง ๆ ที่ผ้าสบงจีวรเปื้อนเปรอะ เนื่องจากระยะทางไกลและฝน ผ้าสบงจีวรจึงเปียกน้ำและเปื้อนโคลน จะหาผ้าผลัดเปลี่ยนก็ไม่มี พระพุทธเจ้าทรงเห็นความลำบากของพระภิกษุเช่นกัน จึงมีพุทธบัญญัติให้พระภิกษุแสวงหาผ้าและรับผ้ากฐินได้ตามกำหนด จำกัดประเภททาน คือ ต้องเป็นถวายสังฆทานเท่านั้น จะถวายเฉพาะเจาะจงภิกษุรูปใดรูปหนึ่งเหมือนทานอย่างอื่นไม่ได้ จำกัดเวลา คือกฐินเป็นกาลทานอย่างหนึ่ง (ตามพระบรมพุทธานุญาต) ดังนั้นจึงจำกัดเวลาว่าต้องถวายภายในระยะเวลา 1 เดือน นับแต่วันออกพรรษา เป็นต้นไป จำกัดงาน คือ พระภิกษุที่กรานกฐินต้องตัด เย็บ ย้อม และครองให้เสร็จภายในวันที่กรานกฐิน จำกัดไทยธรรม คือ ผ้าที่ถวายต้องถูกต้องตามลักษณะที่พระวินัยกำหนดไว้ จำกัดผู้รับ คือ พระภิกษุผู้รับกฐิน ต้องเป็นผู้ที่จำพรรษาในวัดนั้นโดยไม่ขาดพรรษาตั้งแต่1รูปขึ้นไป และจะใช้5รูปขึ้นไปในการกรานกฐินในโบสถ์เท่านั้น จำกัดคราว คือ วัด ๆ หนึ่งรับกฐินได้เพียงปีละ 1 ครั้งเท่านั้น เป็นพระบรมพุทธานุญาต ทานอย่างอื่นทายกทูลขอให้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงอนุญาต เช่น มหาอุบาสิกาวิสาขาทูลขออนุญาตผ้าอาบน้ำฝน แต่ผ้ากฐินนี้พระองค์ทรงอนุญาตเอง นับเป็นพระประสงค์โดยตรง
อานิสงส์ของการทอดกฐิน
1. เป็นการสงเคราะห์พระภิกษุที่จำพรรษาครบถ้วนไตรมาสให้ได้รับอานิสงส์ตามพุทธบัญญัติ 2.เป็นการเทิดทูนพระพุทธบัญญัติเรื่องกฐินให้คงอยู่สืบไป นับได้ว่าบูชาพระพุทธศาสนาด้วยการปฏิบัติบูชาส่วนหนึ่ง 3.สืบต่อประเพณีกฐินทาน มิให้เสื่อมสลายไปจากวัฒนธรรมประเพณีของคนไทย ซึ่งบรรพบุรุษนำสืบต่อกันมามิขาดสาย 4.การทอดกฐินเป็นการถวายทานโดยมิเจาะจงบุคคลโดยเฉพาะ แต่ถวายแก่หมู่สงฆ์เป็นส่วนรวมจึงเข้าลักษณะเป็นสังฆทาน ที่พระพุทธองค์ทรงสรรเสริญ ว่ามีผลานิสงส์มาก 5.การร่วมบำเพ็ญกฐินทาน เป็น "กาลทาน" คือเป็นทานที่ถวายได้ภายในเวลาที่มีพระพุทธานุญาตกำหนด จึงมีอานิสงส์เป็นพิเศษ 6.ในการทอดกฐิน ส่วนใหญ่เป็นการร่วมมือร่วมใจกันของคนจำนวนมากเพื่อสร้างความดีงาม จึงเป็นการเสริมสร้างพลังสามัคคีขึ้นในสังคมอีกทางหนึ่งด้วย
ผ้าป่า
คือ ผ้าที่ผู้ถวายนำไปวางพาดไว้บนกิ่งไม้เพื่อให้พระชักเอาไปเองโดยไม่กล่าวคำถวายหรือประเคนเหมือนถวายของทั่วไป กริยาที่พระหยิบผ้าไปใช้แบบนั้น เรียกว่า "ชักผ้าป่า" ส่วนการถวายผ้าป่านิยมจัดของใช้เป็นบริวารผ้าป่าเหมือนบริวารกฐินเรียกว่า "ทอดผ้าป่า"
การทอด ผ้าป่า จัดเป็นการทำบุญที่นิยมกันมากในปัจจุบัน โดยมีชื่อเรียกตามลักษณะการรวมกันของเครื่องบริวาร หรือตามวัตถุประสงค์ของการทำบุญที่เกี่ยวกับงานที่จัดขึ้น วิธีการทอดผ้าป่านั้นไม่จำเป็นต้องนำผ้าไปวางทิ้งหรือทอดไว้ในป่าอีกเพราะขยายจากการทอดผ้า เป็นเงินหรือสิ่งของที่บริจาคเพื่อสาธารณประโยชน์โดยปรับเปลี่ยนให้เข้าตามยุคตามสมัยสังคม ถือตามความสะดวกของสาธุชนผู้มาร่วมประกอบพิธี ซึ่งถือว่าได้อุปโลกน์เป็นผ้าป่าไปแล้ว

ในปัจจุบันประเภทของผ้าป่ามีชื่อเรียก 3 อย่าง คือ
- ผ้าป่าหางกฐิน ได้แก่ ผ้าป่าที่เจ้าภาพจัดให้มีขึ้นต่อจากการทอดกฐิน หรือเรียก ผ้าป่าแถมกฐิน
- ผ้าป่าโยง ได้แก่ ผ้าป่ามราจัดทำรวมๆ กันหลายๆ กอง นำบรรทุกเรือแห่ไปทอด ตามวัดต่างๆ ที่อยู่ริมแม่น้ำ จะมีเจ้าภาพเดียวหรือหลายเจ้าภาพก็ได้
- ผ้าป่าสามัคคี ได้แก่ ผ้าป่าที่มีการแจกฎีกาบอกบุญไปตาม สถานที่ต่างๆ ให้ร่วมกันทำบุญแล้วแต่ศรัทธา โดยจัดเป็นกองผ้าป่ามารวมกัน จะเป็นกี่กองก็ได้ เมื่อถึงวันทอด จะมีขบวนแห่ผ้าป่ามารวมกันที่วัด บางที่ก็มีจุดประสงค์เพื่อหาเงินไปสร้างถาวรวัตถุต่างๆ เช่น โบสถ์ วิหาร ศาลาการเปรียญ เป็นต้น
พิธีทอด ผ้าป่า
เจ้าภาพไปแจ้งความประสงค์ที่จะทอดผ้าป่ากับทางเจ้าอาวาส เรียกว่า เป็นการจองผ้าป่า และทำกากำหนดเวลา จากนั้นก็ทำการตั้งองค์ผ้าป่า ซึ่งสิ่งที่การทอดผ้าป่าต้องมี คือ ผ้า กิ่งไม้สำหรับพาดผ้า ให้อุทิศถวาย ไม่เจาะจงพระรูปใด รูปหนึ่ง
การตั้งองค์ผ้าป่า
เจ้าภาพต้องจัดหาผ้าสำหรับพระภิกษุมาผืนหนึ่ง อาจเป็นสบง จีวร สังฆาฏิ หรือทั้ง 3 อย่าง แล้วแต่ศรัทธา จากนั้นให้นำกิ่งไม้ไปปักไว้ในภาชนะที่มีขนาดพอสมควร เพื่อใช้เป็นที่พาดผ้าป่า และใช้สำหรับนำสิ่งของเครื่องใช้ที่จะนำไปถวายพระ เช่น สบู่ ยาสีฟัน ผ้าเช็ดตัว ผ้าอาบน้ำฝน สมุด ดินสอ เป็นต้น ในส่วนของปัจจัย (เงิน) นิยมนำไปเสียบไว้กับต้นกล้วยที่มีขนาดเล็กในกองผ้าป่า
การนำผ้าป่าไปทอด
ในปัจจุบันการทอดผ้าป่านับว่าเป็นงานค่อนข้างใหญ่ ต้องมีการจองผ้าป่า เพื่อแจ้งให้ทางวัดทราบกำหนดการต่างๆ จะได้จัดเตรียมการต้อนรับ เมื่อถึงกำหนด ก็จะมีการแห่องค์ผ้าป่ามาเป็นกลองยาว แตวง อย่างครึกครื้น สนุกสนาน บ้างก็อาจจะมีการละเล่นพื้นบ้าน หรือร่วมร้องเพลง รำวงกัน
การทอดผ้าป่า
นำผ้าป่าไปวางตรงหน้าพระภิกษุสงฆ์ กล่าวถวายผ้าป่า พระสงฆ์รูปหนึ่งก็จะลุกขึ้นเดินถือตาลปัตรมาชักผ้าบังสกุลที่องค์ผ้าป่า โดยกกล่าวคำปริกรรมว่า “อิมัง ปังสุกล ละจีวะรัง อัสสามิกัง มัยหัง ปาปุณาติ” แปลเป็นใจความได้ว่า “ผ้าบังสุกุลผืนนี้เป็นผ้าที่ไม่มีเจ้าของหวงแหน ย่อมตกเป็นของข้าพเจ้า ต่อจากนั้นพระสงฆ์ จึงสวดอนุโมทนาในผลบุญ เจ้าภาพกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศล เป็นอันเสร็จพิธี”
1.ทำให้มั่งคั่งด้วยโภคทรัพย์สมบัติ 2.ทำให้ประสบความเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน 3.ทำให้เป็นผู้มีสัมมาทิฐิ พบเจอแต่บัณฑิต กัลยาณมิตร เพราะบูชาบุคคลที่ควรบูชา 4.ทำให้มีชื่อเสียงและเป็นที่เคารพศรัทธาของมหาชน
การถวาย กฐิน หรือ บุญผ้าป่า เป็นกุศลผลบุญที่ใหญ่หลวง ผู้ถวายจะปรารถนาความสำเร็จใด ๆ ในภพชาติใหม่ ก็จะให้สำเร็จได้ดังมโนรถความปรารถนา หรือถ้าจะปรารถนาพุทธภูมิก็ดี ปัจเจกภูมิก็ดี สาวกภูมิก็ดี สาวิกาภูมิก็ดี เมื่อมีวาสนาบารมีแก่กล้าแล้วก็จะได้สำเร็จดังมโนปณิธาน หรือความปรารถนาที่ตั้งไว้
ขอขอบคุณ เว็บธาราญา ในการแบ่งปันความรู้ครับ
โดย admin | พ.ค. 5, 2023 | ข่าวสาร, บทความธรรมมะ
แนะนำบทความดีอีกหนึ่งบทความจากธาราญา ครับ ที่นำความรู้เกี่ยวกับการจัดงานเตรียมทำบุญให้แด่ผู้ล่วงลับครับ
dharayath.com
ความตายเป็นสิ่งที่ไม่มีใครหนีพ้นได้เลย จะต่างกันก็เพียงแต่จะช้าหรือจะเร็วเท่านั้นเอง การเตรียมงาน ทำบุญ ดำเนินการเกี่ยวกับ พิธีศพ ตามลัทธิประเพณีนิยม เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่ผู้ตายและเป็นการไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้ายให้กับผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว งานศพ ซึ่งในแต่ละพิธีการจะมีข้อปฏิบัติและสิ่งของที่ควรจัดเตรียมในงานศพ ดังนี้
การจัดงานศพและ ทำบุญให้ผู้ล่วงลับ ต้องเตรียมอะไรบ้าง ?
พิธีรดน้ำศพ
- เริ่มต้นหลังจากนำศพใส่โลงเรียบร้อยแล้ว เป็นพิธีที่ทำเพื่อแสดงความเคารพต่อผู้ที่ล่วงลับ โดยเจ้าภาพมักจะเชิญคนสนิท ญาติ หรือคนที่รู้จักไปร่วมพิธีรดน้ำศพ โดยทำการเคารพศพ และเทน้ำอบที่ได้จัดเตรียมไว้ลงบนฝ่ามือ และอโหสิกรรมให้กับผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว
พิธีสวดอภิธรรม
- เป็นพิธีที่จัดขึ้นเพื่ออุทิศบุญส่วนกุศล และระลึกถึงคุณความดีของผู้ที่ล่วงลับ ด้วยการนิมนต์พระ จำนวน 4 รูป เพื่อมาสวดบทอภิธรรมที่มีความหมายเกี่ยวกับสัจธรรมของชีวิต ซึ่งโดยปกติแล้วในงานสวดอภิธรรมมักจะนิยมสวด 1 คืน 3 คืน 5 คืน และ 7 คืน
- ในส่วนนี้เองเจ้าภาพต้องมีการจัดเตรียม “สังฆทานงานศพ” หรือเครื่องไทยธรรม และสบง จำนวน 4 ชุด เพื่อทำบุญถวายพระสวดอภิธรรม และบังสุกุล(คลิกอ่านความหมาย)ให้กับผู้เสียชีวิตในแต่ละคืน พร้อมปัจจัยถวายพระ 4 รูป ตามแต่กำลังศรัทธา
- หลังเสร็จพิธีงานสวดอภิธรรมในแต่ละคืน ในรุ่งเช้าเจ้าภาพหรือญาติจะช่วยกันหามโลงศพเพื่อไว้อาลัยแก่ผู้ที่ล่วงลับ โดยการวนซ้ายของเมรุจำนวน 3 รอบ เปรียบเสมือนการเวียน
นอกจากนี้ สังฆทานที่ต้องเตรียมแล้วนั้น ยังมีสิ่งของอย่างอื่นที่ต้องเตรียมอีก ดังนี้
- โลงศพ
- อุปกรณ์ หมอน-ผ้าขาว-สายสินธุ์-กระดาษกาว-ตะปู-กระถางธูป-ตะเกียบ
- ผ้าคลุมศพ
- เหรียญโปรยซื้อทาง
- ชุดรดน้ำศพ มาลัยข้อมูล+มะลิกุหลาบ+น้ำอบไทย
- อาหารและเครื่องดื่มเลี้ยงแขก
- อาหารไหว้ศพ เช้า-เย็น
- อาหารเลี้ยงเพลพระ
- ผ้าไตรเต็มเครื่องไทยธรรม 1 ชุด (สำหรับกัณฑ์เทศน์)
- ดอกไม้จันทน์และช่อเชิญ
- ผ้าสบง
- เครื่องไทยธรรม/สังฆทาน ดอกไม้ถวายพระ ซึ่งสังฆทานนั้นก็เป็นชุดสังฆทานที่บรรจุสิ่งของที่พระภิกษุสามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้เหมือนสังฆทานอื่นๆ โดยสิ่งของที่นำไปถวายนั้นต้องเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐานนั่นเอง
ขั้นตอนนี้เจ้าภาพต้องทำการกำหนดวันเผาและเวลาที่แน่นอนกับทางวัด หากเลือกให้บรรจุเก็บศพก่อนทำการฌาปนกิจ จะต้องนำศพมาตั้งสวดพระอภิธรรมก่อน 1 คืน แล้ววันรุ่งขึ้นจึงทำการฌาปนกิจต่อไป โดยในวันฌาปนกิจจะมีการบำเพ็ญกุศลหน้าศพ เช่น บวชหน้าไฟ, นิมนต์พระสงฆ์เพื่อสวดพระพุทธมนต์ และถวายภัตตาหารเพล, จัดพระธรรมเทศนา 1 กัณฑ์, นิมนต์พระสงฆ์สวดมาติกา – บังสุกุล, หรือถวายเครื่องไทยธรรม กรวดน้ำ เป็นต้น
การเก็บอัฐิ
ขั้นตอนการเก็บอัฐิแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ
1. ทำพิธีเก็บอัฐิในวันเผา
2. ทำพิธีเก็บอัฐิในวันรุ่งขึ้น เจ้าภาพต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ของวัดทราบว่าต้องการทำแบบไหน รวมถึงต้องจัดเตรียมโกศสำหรับบรรจุอัฐิ น้ำอบหรือน้ำหอม ดอกไม้ และอาหารคาวหวานสำหรับถวายพระสงฆ์ด้วย
ลอยอังคาร
ขั้นตอนการลอยอังคารเป็นความเชื่อของคนไทยที่เชื่อกันว่า ร่างกายมนุษย์เกิดจากธาตุทั้งประกอบรวมกัน คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ เมื่อร่างกายแตกดับแล้วก็ควรให้กลับสู่สภาพเดิม และนอกจากนี้ยังเชื่ออีกด้วยว่าการนำอัฐิไปลอยที่แม่น้ำหรือทะเล จะทำให้ผู้ล่วงลับจากไปอย่างสงบสุข มีความสุข เหมือนดั่งสายน้ำนั่นเอง
(ขอบคุณเพจ https://www.wreathnawat.com/)
ทั้งนี้จึงอยากให้ทุกท่านได้ทำความเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับพิธีฌาปนกิจ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการทำพิธีศพ โดยสืบทอดกันมายาวนาน ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญสุดท้ายก่อนร่างกายของผู้ล่วงลับจะสูญสลายไปสู่ภพภูมิใหม่
ธาราญา ศรัทธาอันปราณีต ขอแนะนำ ชุด ทำบุญ ถวายสังฆทานที่มีคุณภาพ

คลิกดู ชุดผ้าไตร
สีแก่นขนุน 9 ขัณฑ์ สามารถถวายทำบุญสายพระป่ากรรมฐานได้ทุกวัด หรือ พระสงฆ์ธรรมยุติ
เช่น วัดอโศการาม วัดป่าดาราภิรมย์ วัดป่ามณีกาญจน์ วัดป่าบ้านตาด วัดแถบอิสาน เป็นต้น
สามารถสอบถามทางร้าน เพื่อความสมบูรณ์ในการถวายได้คะ
ทุกชุดผ้าไตรจีวร บรรจุในกล่องพลาสติกใส พร้อมถวาย #ได้ตามภาพจริง
**ไม่ว่าจะเป็นผ้าไตรจีวรชุดใดก็ตามก็สามารถถวายได้ทั้งสิ้นตามกำลังและศรัทธา**

Line: @dharaya
IG: instagram.com/dharaya.th
Tel: 091-945-6614
โดย admin | พ.ค. 2, 2023 | กิจกรรมงานบุญ, ข่าวสาร
ปัจจจุบันการทำบุญสามารถทำได้มากมายหลายแบบ ส่วนจะเป็นบุญหรือไม่นั้น มีองค์ประกอบ 3 ส่วน คือ
1.ก่อนทำบุญควรคิดถึงแต่สิ่งดีๆไม่ฟุ้งซ่าน
2.ขณะทำบุญต้องมีสมาธิ คิดถึงบุญกุศลที่เราต้องการแผ่ให้
3.หลังทำบุญยังคงต้องมีสมาธิ และจิตใจที่สงบ ความรู้เกี่ยวกับการนั่งสมาธิ
ซึ่งหากทำบุญและรักษาองค์ประกอบนี้ไว้ได้แล้ว ถือว่า มีความสมบูรณ์และมีรางวัลในตัวเองอยู่แล้ว นั่นก็คือความสุขที่ผู้ทำได้รับ สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าจะทำบุญในรูปแบบไหน หากมีใจที่บริสุทธิ์ พร้อมเป็นผู้ให้ สะดวกกาย สบายใจที่จะทำล้วนแล้วแต่เกิดบุญทั้งนั้น
ธาราญาแนะนำเว็บทำบุญออนไลน์ (ข้อมูลที่ ทำบุญออนไลน์ )
(ขอขอบคุณจากเว็บ https://www.sanook.com/horoscope/204133/)
โรงพยาบาลสงฆ์
เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายให้กับพระสงฆ์อาพาธ ไม่ว่าจะเป็นค่าอาหาร บำรุงโลหิต ค่ายา หรืออุปกรณ์การแพทย์
ดูรายละเอียดได้ที่ : https://www.priest-hospital.go.th/Donate/SendPaymentSlip
ศิริราชมูลนิธิ
เป็นองค์กรสาธารณกุศล รับบริจาคเงิน และทุนทรัพย์เพื่อจัดหาอุปกรณ์การแพทย์ที่ทันสมัย ส่งเสริมการผลิตแพทย์และพัฒนาบุคคลากรการแพทย์ ของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล โรงพยาบาลศิริราช
ดูรายละเอียดได้ที่ : https://www.si.mahidol.ac.th/office_m/foundation/
มูลนิธิรามาธิบดี
สามารถเลือกได้ว่าอยากบริจาคให้กับโครงการใด เช่น โครงการทุนการศึกษารามาธิบดี โครงการจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ โครงการเพื่อผู้ป่วยยากไร้ หรือ โครงการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิด โครงการรามาธิบดีเพื่อโรงพยาบาลชุมชน
ดูรายละเอียดได้ที่ : https://www.ramafoundation.or.th/donation
วันพระบาทน้ำพุ
มูลนิธิธรรมรักษ์ แห่งนี้เริ่มต้นรับรักษาและฟักฟื้นผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยโรคเอดส์ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2535 และดำเนินการต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน เป็นค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าอาหาร ยารักษาโรค ค่าบริหารจัดการภายในวัด และค่าเผาศพ
ดูรายละเอียดได้ที่ : http://www.phrabatnampu.org/donate.html
มูลนิธิกระจกเงา
มูลนิธิกระจกเงาเน้นการช่วยเหลือสังคมเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นผู้ด้อยโอกาส
ดูรายละเอียดได้ที่ : http://www.mirror.or.th/donation/

ทางธาราญามีบริการ ทำบุญออนไลน์ หรือทำบุญสังฆทานออนไลน์
สามารถเลือกซื้อสังฆทานออนไลน์กับทาง ธาราญา ได้ทาง www.dharayath.com ซึ่งทางธาราญาก็ชุดสังฆทานให้เลือกมากมายตามความต้องการของผู้ที่ต้องนำไปทำบุญ และท่านสามารถมั่นใจทาง ธาราญา ได้ว่าสังฆทานของทาง ธาราญา นั้นมีคุณภาพ ได้มาตรฐาน มีวันเดือนปีที่ผลิต และวันหมดอายุระบุไว้อย่างชัดเจน และพระสงฆ์ก็สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้จริง
การเลือกสั่งชุดสังฆทานที่มีสินค้าคุณภาพให้เลือกหลากหลาย พร้อมบริการนำสังฆทานของคุณไปถวายให้ถึงวัดหรือส่งตรงให้ถึงบ้านด้วยมาตรฐาน EMS หรือขนส่งเอกชน
ขอขอบคุณ ข้อมูลจาก ธาราญา
สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าจะทำบุญในรูปแบบไหน หากมีใจที่บริสุทธิ์ พร้อมเป็นผู้ให้ สะดวกกาย สบายใจที่จะทำล้วนแล้วแต่เกิดบุญทั้งนั้น
โดย admin | เม.ย. 23, 2023 | unuse, กิจกรรมงานบุญ, ข่าวสาร
ขอเชิญร่วมเป็นเจ้าภาพ
บรรพชาสามเณร เพื่อศึกษาที่โรงเรียนพระปริยัติธรรมวัดธรรมมงคลและถวายเป็นอาจาริยบูชา แด่ เจ้าประคุณสมเด็จพระญาณวชิโรดม
(หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร)
รูปละ 3,000 บาท
วันพฤหัสบดี ที่ 4 พฤษภาคม 2566 เวลา 12.30 น.
ณ อุโบสถ วัดธรรมมงคล กรุงเทพมหานคร
ร่วมทำบุญได้ที่ บัญชีธนาคารกรุงไทย
ชื่อ โรงเรียนพระปริยัติธรรมวัดธรรมมงคล
เลขที่บัญชี 047-0-40002-1
ติดต่อเป็นเจ้าภาพ
โทร. 062-669-9699 พระครูธรรมภาณโกวิท
โทร. 065-5244555 พระอาจารย์เต้
โทร. 084-450-5656 อ.วิยะดา
Id line : dm_service
หรือติดตามข่าวอื่นได้ใน ปฏิทินข่าวประชาสัมพันธ์
โดย admin | เม.ย. 13, 2023 | บทความธรรมมะ
การสะเดาะเคราะห์ การแก้กรรม ตามหลักพุทธศาสนานั้น เราจะต้องรู้จักว่า เรามีอะไรเป็นเหตุให้เกิดความทุกข์ เกิดเคราะห์ร้ายขึ้นในชีวิต เราค้นหาเหตุนั้นให้พบ เมื่อพบเหตุนั้นแล้วตัดเหตุนั้น คือเลิกไม่ประพฤติ ไม่ปฏิบัติในเรื่องนั้นต่อไป อย่างนี้เรียกว่า สะเดาะเคราะห์เด็ดขาด เคราะห์ร้ายจะไม่เกิดขึ้นแก่เราต่อไป
(อีกหนึ่งบทความดี ๆ จาก ธาราญา ที่ผมมักเข้าไปอ่านบ่อยๆ และยังมีบริการผ้าไตรจีวรคุณภาพถูกต้องตามหลัก แถมมีบริการส่งออนไลน์ด้วยครับ)
อ้างอิงข้อมูล www.dharayath.com(ธาราญา)

การสะเดาะเคราะห์ การแก้กรรม จากร้ายให้กลายเป็นดี หลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง
การสะเดาะเคราะห์ ซึ่งคัดจากหนังสือสมบัติพ่อให้เล่ม ๑ หน้า ๒๔๓ –๒๔๘ ทั้งนี้ หลวงพ่อฤาษีลิงดำได้กล่าวถึงพิธี ได้กล่าวไว้ว่า
คำว่า เคราะห์กรรม เป็นวิธีเรียกของ “พราหมณ์” ทางพระพุทธศาสนาเรียกว่า กฎของกรรม คณาจารย์ต่างๆ เรียกไม่เหมือนกันแต่ผลมันเหมือนกันนั่นคือ “ความทุกข์” ถ้าอยากทราบว่าความทุกข์มาจากไหน..ก็จะเล่าให้ฟัง !
ประการแรก การป่วยไข้ไม่สบายทางร่างกาย มาจากกรรมปาณาติบาต การฆ่าสัตว์ตัดชีวิต
ประการที่ ๒ ความทุกข์เกิดจากไฟไหม้บ้าง ขโมยปล้น ขโมยจี้ ลมพัดให้บ้านพัง น้ำท่วม มาจากโทษอทินนาทาน การลักขโมยของเขาจากชาติก่อน
ประการที่ ๓ เคราะห์กรรมที่ทำให้คนใต้บังคับบัญชาดื้อด้าน ว่ายากสอนยากไม่เชื่อฟัง มาจากโทษกาเมสุมิจฉาจาร เจ้าชู้จัดในชาติก่อน
ประการที่ ๔ เราพูดดีแต่คนอื่นไม่ชอบฟัง ไม่เชื่อฟัง มาจากโทษมุสาวาทจากชาติก่อน
ประการที่ ๕ การเป็นโรคปวดหัวบ่อยๆ หรือโรคประสาทก็ดี เป็นบ้าก็ดี เป็นโทษมาจากกฏของกรรม คือ ดื่มสุราเมรัย ในชาติก่อน อันนี้เป็นหลักหยาบๆ หลักใหญ่นะ
อย่างคนตาบอด ในสมัยชาติก่อน เขาทำบุญเห็นแล้ว แกล้งทำเป็นไม่เห็น อย่างคนหูหนวก เขาทำบุญสุนทาน เขาฟังเทศน์ฟังธรรมกันแกล้งส่งเสียงกลบ เขาฟังเทศน์ฟังธรรม เขาคุยกันด้วยความเคารพในธรรม เราแกล้งส่งเสียงกลบ เกิดเป็นคนหูหนวก ๕๐๐ ชาติอย่างนี้เป็นต้น
ก็รวมความว่า ขึ้นชื่อว่า เคราะห์กรรม คือ “กฏของกรรมเก่าของเราในชาติก่อน” คนทุกคนที่เกิดมานี้ที่ไม่มีกรรมเก่า ที่กรรมไม่ดี ไม่มีนะ ไม่เคยทำบาปนี้ไม่มี…(เนื้อหาซ้ำกันกับข้างต้นจึงขอข้ามไป)…
คำว่า สะเดาะเคราะห์ การแก้กรรม
หมายความว่า “ทำให้เคราะห์หมด” คำว่า “สะเดาะเคราะห์” ไม่มีศัพท์ในทางพระพุทธศาสนา เป็นศัพย์ของคณาจารย์ต่างๆ ในทางพระพุทธศาสนาไม่มี ในเมื่อไม่มี ทำไมวัดท่าซุงจีงบอกว่า “สะเดาะเคราะห์” ก็เลยบอกว่าพูดตามเขา ทีนี้การทำคราวนี้ไม่ใช่สะเดาะเคราะห์ เป็นการสร้างความดี ความโชคดีให้เกิดขึ้น คือ หมายความว่าทำบุญให้มีกำลังสูง
คำว่า “เคราะห์” คือ บาป เราล้างไม่ได้แต่ถ้าหากว่าทำความดีให้มีกำลังสูงกว่า คำว่า “เคราะห์” จะเปรียบเทียบให้ฟัง เหมือนกับคนยืนอยู่กลางแดดจัดๆ เวลานี้อยู่ในร่มมันก็ร้อน ถ้ายืนกลางแดดมันก็ร้อน ถ้าทำบุญน้อยๆ ก็เหมือนกับมีร่มเล็กๆ ไปกางบังอยู่มันก็เย็นไปหน่อยหนึ่ง ทำบุญที่มีอานิสงส์มากๆ ก็เหมือนกับมีคนเอาน้ำไปราดให้ ก็มีความเย็น
ถ้าทำบุญที่มีกำลังสูงใหญ่ อย่างเราเจริญกรรมฐาน เหมือนกับเราแช่ในอ่างน้ำ ถึงเราจะอยู่กลางแจ้ง กลางแดด ความร้อนมันก็น้อยไป ข้อนี้ฉันใด การสะเดาะเคราะห์ก็เหมือนกัน การสะเดาะเคราะห์ไม่ได้ทำให้หมดไป
ตัวอย่าง : ในสมัยองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงพระชนม์อยู่ ในครั้งหนึ่งองค์สมเด็จพระบรมครูทางเทศน์เรื่อง กายคตานุสสติกรรมฐาน กับ อสุภกรรมฐาน สองอย่าง
คำว่า “กายคตานุสสติกรรมฐาน” หมายถึงการพิจารณาร่างกายของตนเอง “อสุภกรรมฐาน” ให้เห็นว่าร่างกายทุกคนเต็มไปด้วยความสกปรกโสโครกทั้งหมด
พระ ๖๐ องค์เศษๆ ฟังแล้วพิจารณาตามเกิดความสลดใจเห็นว่าร่างกายของคน มีความสกปรกมาก มีความเบื่อหน่าย หลังจากเทศน์จบองค์สมเด็จพระจอมไตร ทรงบอกว่า นับแต่บัดนี้เป็นต้นไป ฉันจะเข้าไปอยู่ในถ้ำ ๑๕ วัน ขณะที่อยู่ในถ้ำ ๑๕ วันห้ามมิให้คนอื่นเข้าพบ นอกจากพระที่ส่งอาหาร
บรรดาพระ ๖๐ องค์เศษๆ เหล่านั้น เมื่อฟังเทศน์จบก็พิจารณาร่างกายว่ามันสกปรก มีความรักเกียจร่างกายมาก ท่านเปรียบเทียบบอกว่า เหมือนหนุ่มสาวที่อาบน้ำใหม่ๆ แต่งตัวสวยๆ และมีคนเอางูเน่ามาคล้องคอ หรือเอาสุนัขเน่ามาแบกที่บ่าหรือใส่ที่บ่า มีความรังเกียจขนาดนั้น ในที่สุดก็ฆ่าตัวตายเองบ้าง จ้างคนอื่นฆ่าบ้าง
พอครบ ๑๕ วันพระพุทธเจ้าก็ออกจากถ้ำ ก็มีพระถามว่า การที่พระองค์ทรงเทศน์กายคตานุสสติ อสุภกรรมฐานทั้งสองอย่างทรงทราบหรือไม่ว่าพระ ๖๐ องค์เศษๆ จะฆ่าตัวตาย หรือจ้างคนอื่นฆ่าตัวตาย พระพุทธเจ้าบอกว่าทราบ ในเมื่อทรงทราบพระก็ถามว่า ทำไมจึงเทศน์ว่าเขาจะฆ่าตัวตาย

พระพุทธเจ้าท่านก็บอกว่า ขึ้นชื่อกฏของกรรม ไม่มีใครหนีพ้น จะเทศน์อย่างนั้นหรือไม่เทศน์ก็ตาม เขาก็ต้องฆ่าตัวตาย หรือจ้างคนอื่นฆ่าตัวตาย เพราะกฏของกรรมเดิม กรรมเดิมที่พระพวกนี้เคยเป็นพรานฆ่าเนื้อ ฆ่าสัตว์มาก่อน มันติดตามมาทัน เขาต้องตายแบบนั้น
ฉะนั้นก่อนจะตาย ตถาคตจึงเทศน์กายคตานุสสติกรรมฐาน อสุภกรรมฐานสองอย่างรวมกัน ให้เขาพิจารณาเบื่อในร่างกาย ในเมื่อเขาตาย เขาไปนิพพานไม่ดีกว่าหรือ
ทีนี้การทำคราวนี้ ก็เช่นเดียวกัน ไม่ใช่ทำลายให้เคราะห์หมดไป การทำลายเคราะห์คือบาป ทำลายไม่ได้โยม แต่ว่าเราทำบุญให้มีกำลังสูงขึ้น อย่างญาติพุทธบริษัทที่มานั่งที่นี่ทุกคน ไม่ใช่มีแต่เคราะห์ โชคก็มี คือชาติก่อนมีทั้งความดีมีทั้งความชั่ว มีทั้งบุญและบาป ขณะใดที่มีการป่วยไข้ไม่สบาย นั่นคือผลของบาปเข้าสนอง แต่ว่าทุกคนมีทรัพย์สินอยู่ได้เพราะผลของทาน ทานการให้ในชาติก่อน ทำให้คนมีทรัพย์สิน แต่การมีทรัพย์สินทำไมจึงไม่เสมอกัน
อย่างทานที่มีกำลังสูงสุดในด้านวัตถุก็คือ วิหารทาน เป็นทานที่มีกำลังสูงมาก ทานที่รองลงมาก็คือ สังฆทาน สังฆทานนี่โดยเฉพาะอย่างยิ่ง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า คนที่เคยถวายสังฆทานแล้วครั้งหนึ่งในชีวิต ตายแล้วเกิดกี่ชาติก็ตาม ถ้ายังไม่เข้าพระนิพพานเพียงใด จะไม่พบกับความยากจนเข็ญใจ จะเป็นเศรษฐี มหาเศรษฐีทุกชาติ
ทีนี้คนที่เขาเป็นเศรษฐมหาเศรษฐีเพราะว่า เขาเคยถวายสังฆทานในกาลก่อน อันนี้เป็นผลอันหนึ่งที่เราจะทำ เพื่อเป็นการหลีกเร้นกฏของกรรม คือ “บาป” บาปถึงแม้มันจะกลั่นแกล้งขนาดไหนก็ตาม แต่เรามีกำลังบุญสูง คือคล้ายๆ กับสุนัขไล่กัด ถ้าเราวิ่งเร็วมันก็กัดไม่ทัน ถึงกัดทันก็กัดไม่ถนัด
ติดตามได้ในบทความถัดไปใน ตอนที่ 3
ตอนที่ 1 ย้อนอ่าน คลิก การแก้กรรมมีจริงหรือไม่ในพุทธศาสนา โดยหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ
โดย admin | เม.ย. 8, 2023 | กิจกรรมงานบุญ, ข่าวสาร
โรงพยาบาลเวชธานี ร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
ได้จัดทำโครงการ Safe Life, Safe Heart ธรรมบุญใหญ่จี้ไฟฟ้าหัวใจ
รักษาโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะโดยวิธีจี้ไฟฟ้าหัวใจ ให้แก่พระภิกษุสงฆ์จากทั่วประเทศ จำนวน 100 รูป
ระยะเวลาโครงการตั้งแต่ 1 เมษายน 2566 เป็นต้นไป
สมัครเข้าโครงการและดูรายละเอียดได้ที่
#ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม
ศูนย์หัวใจ โรงพยาบาลเวชธานี
โทร. 02-734-0000 ต่อ 5300
_____________________________
ติดตามความรู้ด้านสุขภาพกับเราได้ที่
Line (@Vejthani) :
Youtube :
IG : https://www.instagram.com/vejthani.hospital/
Twitter : https://twitter.com/Vejthani
Website : https://www.vejthani.com/th
Package & Promotion :
Make an Appointment :
Call Center : 02-734-0000
______________________________
#โรงพยาบาลเวชธานี #JCI #มาตรฐานJCI #โรงพยาบาลระดับสากล #เวชธานีลาดพร้าว111 #สายบุญต้องแชร์

ที่มาข้อมูลจาก
https://www.facebook.com/Vejthani.Hospital/photos/a.421146350754/10158827229780755/